ผลวิจัยระดับโลกล่าสุดสะท้อนความท้าทายครั้งใหญ่ของภาคธุรกิจ เมื่อกระแสการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวพ้นระยะทดลองสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง ส่งผลให้ความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทว่าองค์กรส่วนใหญ่ทั่วโลกกลับยังขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว
ซีเกท เทคโนโลยี (Seagate Technology) เปิดเผยรายงาน Data Infrastructure Readiness ประจำปี 2569 ซึ่งอ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านเทคโนโลยีระดับองค์กรจำนวน 2,712 ราย ใน 7 ตลาดสำคัญทั่วโลก ดำเนินการโดย Recon Analytics พบว่า ผู้นำไอทีระดับองค์กรสูงถึง 99% คาดการณ์ตรงกันว่า AI จะเป็นปัจจัยหลักที่เร่งให้ดีมานด์การจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดย 32% ประเมินว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีองค์กรเพียง 38% เท่านั้นที่มั่นใจว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของตนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับความต้องการระยะยาวนี้
แม้การนำ AI มาใช้จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในระดับปานกลางถึงระดับสูงให้แก่องค์กรถึง 86% และมี 33% ที่ระบุว่าเกิดผลตอบแทนที่วัดผลได้อย่างชัดเจน แต่เส้นทางสู่การขยายระบบกลับเผชิญอุปสรรคสำคัญ โดยผลสำรวจชี้ว่า ปัญหาด้านคุณภาพและความพร้อมของข้อมูล (52% หรือ 53% ในบางมิติการใช้งาน) และข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูล (43%) กลายเป็นความท้าทายลำดับต้น ๆ ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคที่หนักหนากว่าความพร้อมของทรัพยากรประมวลผล (Compute Availability) ที่ 27% รวมถึงข้อจำกัดด้านพลังงานที่ 24%
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้มุมมองต่อระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดย 98% ขององค์กรตระหนักว่า ระบบจัดเก็บข้อมูลไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ทางเทคนิคทั่วไปอีกต่อไป แต่ได้รับการยกระดับให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์” สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจและการแปลงข้อมูลให้เป็นสินทรัพย์ระยะยาว นอกจากนี้ องค์กร 76% ยังจัดให้การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ในลำดับความสำคัญสูงสุด 3 อันดับแรกของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ 20% ยกให้เป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่ง
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า จุดเปลี่ยนสำคัญในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานคือการให้ความสำคัญกับแนวคิด “Sustainable Scaling” หรือการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย 77% ขององค์กรยอมรับว่าเคยชะลอหรือปรับเปลี่ยนแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI อันเนื่องมาจากข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน (52%) และการปล่อยก๊าซคาร์บอน (51%) ขณะที่ 97% มองว่าการยืดอายุการใช้งานของระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมจะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
Melyssa Banda รองประธานฝ่ายธุรกิจ Edge Storage ของ Seagate Technology ระบุว่า ยุคต่อไปของ AI ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตของข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง แต่การเพิ่มความจุเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป หัวใจสำคัญอยู่ที่การวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้สามารถจัดเก็บ บริหารจัดการ เข้าถึง และดึงมูลค่าจากข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว ซึ่งองค์กรที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ ต้องมองว่าโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลคือกลยุทธ์หลักทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่องค์ประกอบด้านเทคโนโลยี







