หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ พันธวณิช (Pantavanij) แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชั้นนำของไทยและภูมิภาคอาเซียน เดินหน้าทรานส์ฟอร์มแกนหลักระบบไอทีสู่ Cloud-Native รับมือความท้าทายด้านต้นทุนใบอนุญาต (License) และค่าบำรุงรักษาระบบเดิมอย่าง VMware ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยการย้ายระบบขึ้นสู่หัวเว่ย คลาวด์ ช่วยให้พันธวณิชลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานได้สูงสุด 30% พร้อมเร่งความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมเพิ่มขึ้น 20% ทันที
พันธวณิช นับเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานจัดซื้อจัดจ้างสำหรับองค์กร โดยครองสัดส่วนการให้บริการแก่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกในอาเซียนมากกว่า 80% มีมูลค่าการค้าหมุนเวียนบนแพลตฟอร์มกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี รองรับคำสั่งซื้อมากกว่า 3 ล้านรายการต่อปี และเชื่อมโยงเครือข่ายซัพพลายเออร์กว่า 35,000 ราย ใน 31 กลุ่มสินค้า ครอบคลุม 41 ประเทศทั่วโลก ทว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ทีมไอทีขนาดกะทัดรัดต้องแบกรับเวิร์กโหลดมหาศาลภายใต้ข้อจำกัดของระบบเดิม
หัวเว่ย คลาวด์ วางสถาปัตยกรรมคลาวด์แบบครบวงจรเพื่อรองรับระบบหลักของพันธวณิชอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ eRFX, eAuction, eProcurement ไปจนถึง Supplier 360 ด้วยการผสานเทคโนโลยี Cloud-Native Computing ฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูง ระบบ Memory Caching และการกู้คืนระบบเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมี Enterprise Router และ Cloud Firewall ทำหน้าที่ควบคุมทราฟฟิกและแยกสภาพแวดล้อมระบบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ช่วยให้แพลตฟอร์มปรับขยายทรัพยากรการประมวลผลได้แบบยืดหยุ่นตามช่วงเวลาที่มีธุรกรรมและการประมูลหนาแน่น
เซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า การทรานส์ฟอร์มสู่คลาวด์ขององค์กรในปัจจุบันคือการสร้างรากฐานดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่ในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยหัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นสนับสนุนพันธวณิชในการสร้างรากฐานที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับ AI เพื่อต่อยอดสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะยุคใหม่อย่างยั่งยืน
ด้าน วิชิต ศรีกรีพุทธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัด กล่าวว่า จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศและแพลตฟอร์ม องค์กรจำเป็นต้องมีรากฐานเทคโนโลยีที่ขยายตัวได้ตามธุรกิจ ช่วยบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความเสถียรและความรวดเร็วตามที่ลูกค้าคาดหวัง ซึ่งความร่วมมือกับหัวเว่ย คลาวด์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความพร้อมต่อยอดบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต
นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมใหม่ยังเปิดทางให้พันธวณิชเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับสูงของหัวเว่ย คลาวด์ อย่าง ModelArts และ Model-as-a-Service (MaaS) เพื่อพัฒนาโซลูชันจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะในอนาคต อาทิ ระบบประมวลผลเอกสารอัจฉริยะ การคาดการณ์อุปสงค์ล่วงหน้า การประเมินความเสี่ยงของผู้จัดจำหน่าย และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์ เปลี่ยนผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมจากภาระค่าใช้จ่าย สู่แพลตฟอร์มขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความคล่องตัวและพร้อมเติบโตในยุคอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
–ดีอี ปฏิรูปเตือนภัยน้ำท่วมให้เข้าใจง่าย ยันรอบนี้ไม่ซ้ำรอยปี 54







