บนเวที CP Innovation Exposition 2026 ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” ซึ่งมีการส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดถึง 319 ผลงานจากบุคลากรเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วโลก และผ่านการคัดเลือกเพื่อจัดแสดงจำนวน 90 ผลงาน ผลงานจากทีมนวัตกรทรูสามารถสร้างความโดดเด่นจนคว้ารางวัลสูงสุด Chairman Award มาครองได้ถึง 4 นวัตกรรม ผ่านการแก้ปัญหาจริงทั้งในมิติเชิงธุรกิจ การแพทย์ การบริหารโครงสร้างพื้นฐาน และการรับมือวิกฤติต่อสังคม
นวัตกรรมแรกคือ กล้องอัจฉริยะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ข้อจำกัดของกล้องวงจรปิดเดิมที่ทำหน้าที่เพียงบันทึกเหตุการณ์ ให้ก้าวสู่การวิเคราะห์และสั่งการทำงานจริงแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มนี้ผสานข้อมูลภาพและวิดีโอเข้ากับ AI ทำให้ระบบสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ ส่งต่อข้อมูล ติดตามผล ประสานงาน และตรวจสอบสถานะได้อัตโนมัติ โดยมี AI Library ที่รองรับเงื่อนไขการใช้งานมากกว่า 300 รูปแบบ เช่น ในธุรกิจรีเทล เมื่อตรวจพบแถวคอยชำระเงินเกิน 5 คน ระบบจะแจ้งเตือนให้เปิดเคาน์เตอร์เพิ่มทันที หากไม่มีการตอบสนองภายใน 5 นาทีจะส่งเรื่องต่อไปยังผู้รับผิดชอบระดับถัดไป หรือในโครงการที่อยู่อาศัย ระบบสามารถตรวจจับรถจอดกีดขวางและแจ้งเตือนลูกบ้านได้โดยตรงเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างบุคคล รวมถึงการตรวจจับสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลงในช่วงอุทกภัย
นวัตกรรมที่สอง CORGI หุ่นยนต์ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดอัจฉริยะ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง True Innovation Center โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยวัณโรคหลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นกลุ่มโรคติดต่อที่บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูง ตัวหุ่นยนต์ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์โดยภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จุฬาฯ และผสาน 3 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ การทำกายภาพบำบัดทางไกล (Telerehabilitation) การขนส่งอาหารและยาแบบไร้การสัมผัส (Zero-Contact Delivery) และการบันทึกเวชระเบียนรายบุคคลอัตโนมัติ (Automated Personalized EHR) โดยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ‘Autonomous Viewpoint Optimization’ ที่ช่วยให้หุ่นยนต์ปรับตำแหน่งและมุมมองกล้องตามท่าทางผู้ป่วยได้เอง ปัจจุบันผลงานนี้ได้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเชื่อมโยงสู่ Medical AI Platform ในระดับประเทศ
นวัตกรรมที่สาม EnergySense ปัญญาประดิษฐ์บริหารจัดการพลังงานเครือข่ายโทรคมนาคม พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องของระบบจัดการพลังงานจากผู้ผลิตอุปกรณ์ที่หลากหลาย โดยเป็นการต่อยอดจากระบบ GENIE ซึ่งได้รับมาตรฐาน Autonomous Network Level 4 จาก TM Forum ในหมวด RAN Energy Efficiency Optimization เมื่อปีก่อน สำหรับ EnergySense ได้นำเทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมโยงกับ AI และ Machine Learning เพื่อควบคุมและสั่งการพลังงานลงลึกถึงระดับฮาร์ดแวร์ของสถานีฐานตามปริมาณการใช้งานจริงในแต่ละช่วงเวลาอย่างแม่นยำ โดยรักษาระดับคุณภาพสัญญาณและประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าไว้ได้คงเดิม ทั้งนี้ ทีมผู้พัฒนากำลังขยายการวิจัยสู่เทคโนโลยี Quantum Computing เพื่อคำนวณตัวแปรซับซ้อนสำหรับการบริหารพลังงานขั้นสูงต่อไป
นวัตกรรมที่สี่ ว่องไว (Wong-WAI) แพลตฟอร์ม AI บริหารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร นับเป็นแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการวิกฤติองค์กรแห่งแรกของไทย พัฒนาขึ้นจากการผสานระบบ Rule-based ร่วมกับโมเดล AI และ Machine Learning โดยร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ BOTNOI Group แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก Social Listening ทั้งบริบททางภาษาและระดับความรู้สึก พร้อมประเมินแนวโน้มการเติบโตของประเด็นเพื่อแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการรับมือได้ทันท่วงที รวมถึงมีระบบช่วยร่างแถลงการณ์ประชาสัมพันธ์ (PR Statement) ในเบื้องต้น ผลงานนี้ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและตีพิมพ์เผยแพร่ในงานวิจัยระดับนานาชาติแล้ว โดยมีแผนขยายขีดความสามารถไปสู่การตรวจจับข่าวปลอมและคัดกรองเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชนในอนาคต
–เอสเต ลอเดอร์ นำทัพคนดังวิ่ง ‘Pink Ribbon Run 2026’ ระดมเงินกว่า 2 ล้านบาท มอบสถาบันมะเร็งแห่งชาติ







