งานวิจัยระดับนานาชาติเปิดเผยข้อมูลสำคัญด้านโภชนาการและสุขภาพ พบว่าการบริโภคอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-Processed Foods) ในภาพรวมไม่ได้เชื่อมโยงกับความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยตรง ทว่าเมื่อแยกย่อยดูผลกระทบของอาหารแต่ละประเภท กลับพบความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยอาหารแปรรูปบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค ขณะที่บางชนิดกลับมีบทบาทช่วยลดความเสี่ยง
รายงานจากสถาบันวิจัยการแพทย์คิวไอเอ็มอาร์ เบิร์กโฮเฟอร์ (QIMR Berghofer) ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปขั้นสูง เช่น ฮอตดอก หรือเนื้อสัตว์สำหรับทำแซนด์วิช มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้น
ในทางตรงกันข้าม สารอาหารกลุ่มธัญพืชเต็มเมล็ด ใยอาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม และแคลเซียมที่อยู่ในกลุ่มอาหารแปรรูปสูง เช่น ขนมปังโฮลวีตและโยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ กลับมีผลในเชิงบวก โดยสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ลดลง
นอกจากนี้ การศึกษายังพบข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจว่า การลดปริมาณการบริโภคอาหารแปรรูปขั้นสูงลงร้อยละ 10 แล้วทดแทนด้วยอาหารที่ผ่านกรรมวิธีแปรรูปน้อยกว่าในน้ำหนักเท่ากัน สามารถช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้ร้อยละ 2
การค้นพบดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันอายุระหว่าง 50–71 ปี จำนวนกว่า 4.6 แสนคน ซึ่งเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 พร้อมติดตามสถานะสุขภาพต่อเนื่องยาวนานเกือบ 20 ปี โดยพบผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวน 10,075 รายตลอดระยะเวลาการศึกษา
คณะนักวิจัยสรุปว่า ผลลัพธ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอาหารแปรรูปขั้นสูงมีความหลากหลายอย่างมาก และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหารโดยรวม โดยควรเน้นการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมทั้งจำกัดการบริโภคอาหารที่มีการเติมน้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูงเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนร่วมเทศกาลอาหารฤดูหนาวในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 24 มิ.ย. 2023)
ที่มา Xinhua







