ไปรษณีย์ไทย ประกาศเดินหน้ารุกตลาดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ Creator Economy อย่างเต็มตัว โดยอาศัยศักยภาพของเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นสะพานเชื่อมผลงานของกลุ่มครีเอเตอร์ ศิลปิน นักออกแบบ ตลอดจนผู้ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละคร (Character IP) ของไทย ให้สามารถกระจายสินค้าไปสู่ผู้ซื้อและนักสะสมทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชูสตูดิโอ “Molly Factory” ของ มด–นิสา ศรีคำดี ศิลปินผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ระดับโลกอย่าง “CRYBABY” เป็นโมเดลต้นแบบความสำเร็จของครีเอเตอร์ไทยที่ขยายฐานแฟนสู่ตลาดสากล โดยใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศของไปรษณีย์ไทยส่งออกสินค้าไปยัง 17 ประเทศ ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ตอกย้ำการทรานส์ฟอร์มสู่บทบาท “Lifestyle Logistics” ที่เข้าไปตอบโจทย์ความสนใจและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า สินค้าและบริการสร้างสรรค์นับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนสินค้าไทยสู่เวทีสากล สอดรับกับข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ที่ระบุว่า ธุรกิจสร้างสรรค์ไทยในช่วงปี 2024–2025 สามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 1.81 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.78% ของ GDP ประเทศ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่าพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ อัตลักษณ์ และการเล่าเรื่อง สามารถแปรรูปเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในปัจจุบัน ภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์ ศิลปิน นักออกแบบ และเจ้าของ Character IP ที่สามารถเปลี่ยนผลงานศิลปะให้กลายเป็นสินค้า พร้อมสร้างคอมมูนิตี้และฐานผู้ติดตามจนนำไปสู่โอกาสในการเจาะตลาดต่างประเทศ ไปรษณีย์ไทยจึงนำความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายและระบบขนส่งที่หลากหลาย เข้ามาปิดช่องว่างและสนับสนุนการเติบโตนี้อย่างครบวงจร รองรับตั้งแต่พัสดุชิ้นเล็ก ออเดอร์รายชิ้น ไปจนถึงการจัดส่งล็อตใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเลือกโซลูชันที่สอดคล้องกับขนาดธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และประเทศปลายทาง
ดร.ดนันท์ ระบุว่า เคสของ Molly Factory และ CRYBABY แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าผลงานของครีเอเตอร์ไทยมีฐานแฟนคลับพร้อมสนับสนุนอยู่ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันสามารถส่งมอบชิ้นงานไปยังนักสะสมใน 17 ประเทศ ผ่านไปรษณีย์ไทย โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย การมีระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ครีเอเตอร์บริหารจัดการการเติบโตได้อย่างคล่องตัว
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยืนยันความพร้อมในการนำประสบการณ์และโครงข่ายขนส่งมาสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักวาดภาพประกอบ นักออกแบบ เจ้าของ Character IP ผู้ผลิตอาร์ตทอย ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ทุกแขนง เพื่อผลักดันให้ผลงานคนไทยเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ ขยายบทบาทการเป็น Lifestyle Logistics Brand ที่ผสานการขนส่งเข้ากับความหลงใหล คอมมูนิตี้ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในเวทีระดับโลก







