ไปรษณีย์ไทย งัด 5 มาตรการครบวงจร อุ้ม SME ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม เดินหน้าธุรกิจไม่สะดุด

ไปรษณีย์ไทย งัด 5 มาตรการครบวงจร อุ้ม SME ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม เดินหน้าธุรกิจไม่สะดุด

สถานการณ์อุทกภัยที่กระจายตัวในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังสร้างแรงกระแทกโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งยังเผชิญอุปสรรคสำคัญด้านการสัญจรและการขนส่งสินค้าในจุดที่เส้นทางถูกตัดขาด ล่าสุด ไปรษณีย์ไทย ได้นำศักยภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ทั่วประเทศ เข้ามารองรับและปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ ผ่าน 5 แนวทางหลัก เพื่อรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า ในภาวะที่การเดินทางและการค้าขายได้รับผลกระทบ หัวใจสำคัญคือการทำให้การเชื่อมต่อทางธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ไปรษณีย์ไทยจึงใช้เครือข่ายที่มีอยู่เข้าไปช่วยลดอุปสรรคในแต่ละจุด เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงค้าขายได้ สินค้าส่งถึงปลายทาง และประชาชนในพื้นที่ประสบภัยยังคงเข้าถึงสิ่งของจำเป็น

สำหรับ 5 แนวทางสำคัญที่ไปรษณีย์ไทยนำมาขับเคลื่อน ประกอบด้วย:

  1. ช่วยรับ: ลดข้อจำกัดการเดินทางของผู้ประกอบการในพื้นที่น้ำท่วม ด้วยบริการ Pick up Service เข้ารับพัสดุและสินค้าถึงที่ ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์กว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำสินค้าเข้าสู่ระบบขนส่งได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ร้านค้าไม่ต้องเดินทางฝ่าเส้นทางสัญจรที่ยากลำบาก
  2. ช่วยส่ง: วางระบบติดตามสถานการณ์และปรับเปลี่ยนการบริหารเส้นทางขนส่งและการนำจ่ายให้สอดรับกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้พัสดุถึงมือผู้รับอย่างราบรื่น ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลำเลียงและกระจายสินค้าจำเป็น เช่น อุปโภคบริโภค ยา และเวชภัณฑ์ เข้าสู่พื้นที่ประสบภัย
  3. ช่วยจำหน่าย: ขยายโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ThailandPostMart เชื่อมโยงสินค้าชุมชน แบรนด์ไทย และสินค้าของ SME จากภูมิภาคต่างๆ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วประเทศ ชดเชยข้อจำกัดจากยอดขายหน้าร้านหรือตลาดในพื้นที่ที่หยุดชะงัก
  4. ช่วยรักษาสินค้าตลอดเส้นทาง: กำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการพัสดุตามประเภทและเงื่อนไขการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ขั้นตอนการรับฝากจนถึงการนำจ่ายปลายทาง คงสภาพและคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  5. ช่วยบริหารสินค้าและคำสั่งซื้อ: ปลดภาระงานระบบหลังบ้านให้ผู้ประกอบการด้วยบริการ THP Fulfillment ผ่านศูนย์คลังสินค้า 9 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง จัดเก็บ บริหารสต็อก แพ็กสินค้า จ่าหน้า จนถึงการจัดส่ง ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บและแรงงานในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

–ไปรษณีย์ไทย ยกระดับโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน 234 ปลายทางทั่วโลก เปิดช่องทางด่วนหนุนผู้ประกอบการไทยลุยตลาดอินเตอร์