เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Tech) ก้าวพ้นจากกรอบงานวิจัยในห้องแล็บเข้าสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจริงอย่างเต็มรูปแบบ ในเวทีเสวนา “The New Frontier of Technology in Action” ภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังร่วมกับ 4 ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก เปิดเผยทิศทางความก้าวหน้าของ 4 ขุมพลังเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และเทคโนโลยีประสาทสั่งการ (Neuro AI Tech) พร้อมชี้ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับบุคลากร ซอฟต์แวร์ และทรัพย์สินทางปัญญาของไทย
Physical AI ดันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สู่ภาคบริการและโรงงานไทย
Agibot ผู้พัฒนาด้าน Physical AI เผยแนวคิดการสร้างอัจฉริยภาพ 3 แกนหลัก ได้แก่ การเคลื่อนไหว การจัดการหยิบจับวัตถุ และการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เต็มตัว แบบติดตั้งล้อ และแบบสี่ขา ซึ่งถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในสายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ โลจิสติกส์ ตลอดจนธุรกิจบริการ เช่น งานต้อนรับในร้านอาหารและสวนสนุก โดยคาดการณ์ว่ายอดส่งมอบทั่วโลกในปี 2569 จะเติบโตขึ้น 4-5 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับเป้าหมายในประเทศไทย Agibot เตรียมร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศเพื่อขยายการใช้งานไปยังภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ และบริการ โดยเน้นจัดสรรทักษะของหุ่นยนต์ให้ตรงกับโจทย์งานจริง ทั้งงานยกขนย้าย การคัดแยกสินค้า และงานบริการลูกค้า
ควอนตัมคอมพิวติ้ง ผสาน AI-คลาวด์ เร่งเครื่องพัฒนาขีดความสามารถองค์กรไทย
ไอบีเอ็ม (IBM) ฉายภาพการผสาน 3 กำลังหลักแห่งยุค ได้แก่ ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และไฮบริดคลาวด์ ซึ่งไอบีเอ็มได้พิสูจน์การประมวลผลที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม (Quantum Advantage) ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิคาโก รวมถึงเปิดระบบให้นักวิจัยทั่วโลกเข้าถึง ซึ่งในไทยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ Quantum Club Thailand ร่วมทดสอบระบบ โดยหมุดหมายสำคัญคือโครงการ “IBM Quantum Starling” ที่ตั้งเป้าพัฒนาระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทนต่อข้อผิดพลาด (Fault-Tolerant) ภายในปี 2572 พร้อมย้ำว่า องค์กรไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาบุคลากร อัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ และทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านความร่วมมือ 4 ฝ่าย ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย ภาครัฐ และผู้ให้บริการเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายบนโจทย์จริงของประเทศ
ดาวเทียมวงโคจรต่ำ พลิกบทบาทไทยสู่ผู้ให้บริการโซลูชัน 6G และบริหารจัดการภัยพิบัติ
Galaxy Space เผยทิศทางการบูรณาการระหว่างบรอดแบนด์อวกาศ การสำรวจโลก และการประมวลผลบนวงโคจรผ่านฝูงดาวเทียมมากกว่า 50 ดวง ซึ่งมีขีดความสามารถตรวจจับภาพพื้นผิวโลกได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งกลางวัน กลางคืน ฝนตก หรือเมฆหนา เหมาะอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการน้ำท่วม ดูแลผลผลิตทางการเกษตร และการเตือนภัยพิบัติในพื้นที่เขตร้อน นอกจากนี้ การทดสอบความสำเร็จของเทคโนโลยี Direct-to-Cell ในปี 2569 ช่วยให้สมาร์ทโฟนทั่วไปสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายผ่านดาวเทียมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่อง พร้อมก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน 6G ทั้งนี้ Galaxy Space ได้จับมือกับ ทรู และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อสร้างวิศวกรไทยและพัฒนาแพลตฟอร์มติดตามน้ำท่วมและไฟป่า ผลักดันให้องค์กรไทยปรับเปลี่ยนจากผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่การเป็นผู้พัฒนาและให้บริการโซลูชันดาวเทียมเชิงพาณิชย์
Neuro AI Tech เซ็นเซอร์ถอดรหัสสัญญาณประสาท ปฏิวัติการแพทย์ฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด
OYMotion นำเสนอความก้าวหน้าของการเชื่อมต่อสัญญาณประสาท (Brain-Computer/Neural Interface) โดยใช้โมเดล AI ร่วมกับข้อมูลการเคลื่อนไหว ถอดรหัสสัญญาณไฟฟ้ากล้ามเนื้อผ่านเซ็นเซอร์ภายนอกที่ไม่ต้องฝังในร่างกาย (Non-invasive Sensors) ช่วยให้ผู้สูญเสียอวัยวะควบคุมนิ้วมือเทียมแต่ละนิ้วได้อย่างอิสระและต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ป่วยไปแล้วกว่า 3,000 คน นอกจากนี้ยังนำระบบไปประยุกต์ใช้ร่วมกับหุ่นยนต์เพื่อฝึกและฟื้นฟูระบบประสาทของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับในไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยี สถาบันการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อยกระดับการรักษาอวัยวะเทียมและเวชศาสตร์ฟื้นฟูในประเทศ
–AI ระดับสเกลใหญ่ พลิกดาต้าเซ็นเตอร์สู่หัวใจขับเคลื่อนธุรกิจแห่งอนาคตได้อย่างไร?







