ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว ‘instax mini Evo 2’ ยกระดับกล้องไฮบริด ใส่จอสัมผัสครั้งแรก คมชัด 13 ล้านพิกเซล เคาะราคา 9,690 บาท

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว ‘instax mini Evo 2’ ยกระดับกล้องไฮบริด ใส่จอสัมผัสครั้งแรก คมชัด 13 ล้านพิกเซล เคาะราคา 9,690 บาท

ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวกล้องดิจิทัลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด “instax mini Evo 2” ชูคอนเซปต์ “show how you see the world” ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นยอดนิยมที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2564 โดยในรุ่นนี้มาพร้อมการอัปเกรดสำคัญ ทั้งการติดตั้งหน้าจอสัมผัสเป็นครั้งแรกในตระกูล instax เพิ่มความละเอียดภาพคมชัดขึ้นกว่า 2 เท่า และบรรจุฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคดิจิทัล พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ในราคา 9,690 บาท

instax mini Evo 2 ยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์พรีเมียมคลาสสิก ให้สัมผัสการควบคุมสไตล์กล้องอนาล็อก ทั้งวงแหวนเลนส์และคันโยกสั่งพิมพ์ภาพที่มีเสียงคลิกเฉพาะตัว โดยปรับปรุงสรีระให้โค้งมนจับกระชับมือยิ่งขึ้น ตัวกล้องทำหน้าที่ได้ทั้งการถ่ายภาพ พิมพ์ภาพเฉพาะช็อตที่ถูกใจ และใช้งานเป็นเครื่องพิมพ์ภาพสำหรับสมาร์ตโฟนได้ครบวงจรในตัวเดียว

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในรุ่นนี้คือ หน้าจอ LCD ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 1.5 เท่า ช่วยให้การพรีวิว จัดองค์ประกอบ และแตะตั้งค่าฟังก์ชันต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงสามารถปัดเลื่อนเพื่อดูรูปภาพย้อนหลังได้เสมือนการเปิดดูภาพฟิล์มจริง ขณะที่เซนเซอร์รับภาพได้รับการอัปเกรดความละเอียดสูงสุดเป็น 13 ล้านพิกเซล เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 2 เท่า มอบภาพถ่ายที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการถ่ายภาพและการเล่าเรื่อง ได้แก่ โหมด “instax Expanded View” ช่วยขยายมุมมองบนหน้าจอให้กว้างกว่าเฟรมภาพที่จะพิมพ์จริงเล็กน้อย ทำให้คาดคะเนจังหวะการเคลื่อนไหวของวัตถุและจัดองค์ประกอบภาพได้อย่างแม่นยำ และฟังก์ชัน “instax Immersive Movie” ที่บันทึกวิดีโอยาว 5 วินาทีของบรรยากาศก่อนกดชัตเตอร์ในสัดส่วน 9:16 พร้อมให้ส่งต่อและแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

ด้านการสร้างสรรค์ภาพ กล้องรุ่นนี้รองรับการผสมผสานเอฟเฟกต์ภาพได้ถึง 100 รูปแบบ จากการจับคู่ระหว่างเอฟเฟกต์เลนส์ 10 รูปแบบ เช่น Afterimage และ Soft Focus เข้ากับเอฟเฟกต์ฟิล์ม 10 รูปแบบ เช่น Yellow Green และ Deep ซึ่งได้รับการอัปเดตโทนภาพใหม่ทั้งหมด

สำหรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน instax mini Evo ได้รับการปรับปรุงให้รองรับการโอนถ่ายไฟล์ความเร็วสูงผ่าน Wi-Fi นอกเหนือจากการเชื่อมต่อ Bluetooth มาพร้อมฟีเจอร์ “Print History” ที่จัดเก็บภาพและวิดีโอไว้ในแกลเลอรีเดียวกันพร้อมระบบบันทึกข้อความความทรงจำ รวมถึงฟังก์ชัน “Direct Print” ที่เปลี่ยนตัวกล้องให้กลายเป็นพรินเตอร์สั่งพิมพ์ภาพถ่ายจากสมาร์ตโฟนได้โดยตรง

instax mini Evo 2 พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง FUJIFILM House of Photography, ช่องทางจำหน่ายของฟูจิฟิล์ม และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคา 9,690 บาท

–Xiaomi Robot Vacuum S60 และ S60+ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นพลังดูด 28,000Pa ชูระบบสั่นขจัดคราบและแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ เริ่มต้น 7,499 บาท