บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ Asset-Light ผ่านระบบแฟรนไชส์ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายร้านอาหารและเครื่องดื่มแตะ 4,500 สาขาทั่วโลกภายในปี 2572 พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้ให้สิทธิแฟรนไชส์ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด (Global Franchisor of Choice) ต่อยอดจากฐานธุรกิจปัจจุบันที่มีกว่า 40 แบรนด์ รวมกว่า 3,000 สาขา ใน 27 ประเทศ
ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป เปิดเผยว่า การเติบโตผ่านระบบแฟรนไชส์ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยใช้จุดแข็งของไมเนอร์ ฟู้ด ด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาแบรนด์ และระบบสนับสนุน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโต ไมเนอร์ ฟู้ด วาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:
- การขยายแบรนด์หลักสู่ระดับโลก (Global Brand Expansion) การเข้าซื้อกิจการ Bonchon International ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมแกร่งการขยายแฟรนไชส์ในตลาดต่างประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากไทย สหรัฐอเมริกา และฟิลิปปินส์ สู่ตลาดศักยภาพสูงในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยผสานจุดแข็งของแบรนด์เข้ากับกระแสความนิยม K-Culture เพื่อให้บอนชอนเป็นแกนนำในการขยายเครือข่ายระดับสากล
- การพัฒนาแบรนด์และโมเดลธุรกิจใหม่ (Brand & Concept Development) สร้างสรรค์แนวคิดร้านอาหารเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพิ่มทางเลือกแก่นักลงทุนแฟรนไชส์ ล่าสุดเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ CHIHO RAMEN ในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ โลตัส สุขุมวิท 50 เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดร้านอาหาร
- การผนึกกำลังพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnerships) ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลค้าปลีก เช่น PTTOR และ Lotus’s เพื่อกระจายสาขาเข้าสู่พื้นที่ศักยภาพ ทั้งสถานีบริการน้ำมันและศูนย์การค้า ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ธันยเชษฐ์ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งในไทยแล้ว ไมเนอร์ ฟู้ด ยังโฟกัสการเติบโตในตลาดเป้าหมายที่มีโอกาสสูง เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง โดยมองว่าความสำเร็จของการเป็น Global Franchisor of Choice ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการมีโมเดลธุรกิจและระบบสนับสนุนที่ช่วยให้พันธมิตรเติบโตได้อย่างมั่นคงร่วมกัน
–SYNNEX เปิดตัว “SYNNEX Care+” บริการประกันอุปกรณ์ไอที ชูจุดเด่นเคลมถึงบ้าน เริ่มต้น 159 บาท/ปี






