เอปสัน (Epson) ประกาศฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลกที่ร่วมเดินทางและเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จตลอดมา โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญา “ความคิดสร้างสรรค์และความท้าทาย” และ “ความซื่อสัตย์และความพากเพียร” เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Epson ต้องย้อนกลับไปในปี 1975 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กรุ่นบุกเบิกอย่าง EP-101 ที่เปิดตัวในปี 1968 ชื่อ “Epson” จึงถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง “EP” ซึ่งหมายถึงเครื่องพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ และ “SONs” ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต่อยอดความสำเร็จอย่างไม่หยุดยั้ง
จากผู้บุกเบิก สู่เจ้าแห่งนวัตกรรมความแม่นยำสูง
ตลอด 5 ทศวรรษ เอปสันได้สร้างตำนานในโลกเทคโนโลยีไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องพิมพ์ที่ปฏิวัติวงการมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เริ่มตั้งแต่การนำเทคโนโลยี Micro Piezo มาใช้ในเครื่องพิมพ์รุ่น MJ-500 และ MJ-700V2C เพื่อยกระดับคุณภาพการพิมพ์สำหรับผู้ใช้ตามบ้าน สู่การพัฒนาหัวพิมพ์ PrecisionCore ที่กลายเป็นมาตรฐานโลกทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพในเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม
เอปสันยังได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมด้วยเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล Monna Lisa 160B ในปี 2003 และเครื่องพิมพ์ฉลาก SurePress แต่การปฏิวัติครั้งสำคัญที่สุดคือการเปิดตัว “เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ความจุสูง” ในปี 2010 ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ตลาดด้วยความประหยัดและดูแลรักษาง่าย จนปัจจุบันมียอดขายสะสมทะลุ 100 ล้านเครื่องในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2024)
นอกเหนือจากเทคโนโลยีการพิมพ์ เอปสันยังเป็นผู้นำในตลาดโปรเจคเตอร์ โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญจากเทคโนโลยีผลึกเหลว (LCD) สู่การพัฒนาแผง HTPS (High-Temperature Polysilicon) ขั้นสูง ทำให้โปรเจคเตอร์ของเอปสันแสดงภาพได้คมชัดเหนือระดับ จนกระทั่งรุ่น EB-L25000U ได้รับการบันทึกว่าเป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3LCD ที่สว่างที่สุดในโลก (ณ ธันวาคม 2015) ส่งผลให้เอปสันครองความเป็นผู้นำในตลาดโปรเจคเตอร์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เอปสันได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งระบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Automation) และสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลกด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบ SCARA (ตามรายได้ในปี 2024) โดยผสานเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ากับเซนเซอร์แรงกดและระบบจดจำภาพ ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำสูงเทียบเท่าประสาทสัมผัสของมนุษย์
เครือข่ายระดับโลกที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า
ความสำเร็จของเอปสันไม่ได้มาจากนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการสร้างเครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลก เริ่มตั้งแต่การตั้งฐานผลิตในสิงคโปร์เมื่อปี 1968 และขยายไปยังจีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ดังเช่นเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเพื่อตอบโจทย์ตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะ
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เอปสันมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีเป้าหมาย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และในโอกาสสำคัญนี้ เรายังคงยึดมั่นในการพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้น”
ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงามของจังหวัดนากาโนะ เอปสันพร้อมเดินหน้าสู่ทศวรรษต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปกป้องสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป







