คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย จากข้อเสนอเริ่มต้นที่ 3.98 บาทต่อหน่วย
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2568 ได้พิจารณาข้อเสนออัตราค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) งวดสุดท้ายของปี จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งแต่เดิมเสนออัตราค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น กฟผ. ได้เสนอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลงเหลือ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยให้นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Clawback) ที่อยู่กับ กฟผ. ประมาณ 4,900 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม
กกพ. ได้พิจารณาและตรวจสอบพบว่า ยอดเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่อยู่กับ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟภ., และ กฟน.) มียอดรวมทั้งสิ้น 7,927 ล้านบาท จึงมีมติให้นำเงินส่วนนี้มาใช้ประมาณ 1 ใน 3 หรือ 2,640 ล้านบาท เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน คิดเป็นการลดลง 4 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้า最终อยู่ที่ 3.94 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
มติดังกล่าวทำให้ค่า Ft สำหรับเรียกเก็บในงวด ก.ย. – ธ.ค. 68 ปรับลดลงเหลือ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย จากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 19.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่วนเงินผลประโยชน์ส่วนเกินที่เหลืออีก 5,287 ล้านบาท จะถูกสำรองไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบถัดไป
จับตาความเสี่ยงราคาพลังงานโลกปลายปี
ดร.พูลพัฒน์ ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในฤดูหนาวของโซนยุโรป ประกอบกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในอนาคตสูงกว่าที่ประมาณการไว้ได้
สำนักงาน กกพ. จึงขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจร่วมกันประหยัดพลังงานผ่าน หลัก 5 ป. ได้แก่ ปลดปลั๊ก, ปิดไฟ, ปรับแอร์ 26 องศา, เปลี่ยนใช้อุปกรณ์เบอร์ 5, และปลูกต้นไม้เพื่อลดความร้อน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของตนเองและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว







