พลังงานหมุนเวียนผงาดปี 2569: โรงไฟฟ้าฟอสซิลเร่งปรับตัวสู่คาร์บอนต่ำ รับค่าไฟจ่อลดเหลือ 3.93 บาท/หน่วย

พลังงานหมุนเวียนผงาดปี 2569: โรงไฟฟ้าฟอสซิลเร่งปรับตัวสู่คาร์บอนต่ำ รับค่าไฟจ่อลดเหลือ 3.93 บาท/หน่วย

ธุรกิจโรงไฟฟ้าของไทยในปี 2569 คาดการณ์ว่ากลุ่มพลังงานหมุนเวียนจะมีการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก สอดรับกับความท้าทายที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลต้องเร่งปรับตัวเพื่อผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ ขณะที่ค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามนโยบายรัฐบาล

จากข้อมูลการคาดการณ์ระบุว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าผ่านระบบของการไฟฟ้าฯ ในปี 2569 จะเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม การใช้ไฟฟ้านอกระบบ (ผลิตเพื่อใช้เอง) คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าอย่างชัดเจน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 ในปี 2569 และเฉลี่ยร้อยละ 3.3 ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 จากความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการหันมาใช้ระบบ SPP Direct และ IPS-Renewable มากขึ้น ผ่านการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และการทำ Private PPA ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ค่าไฟลดลงจากนโยบายรัฐและต้นทุนเชื้อเพลิง

สำหรับค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยทั้งปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.93 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลจากนโยบายลดค่าครองชีพของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดลงของต้นทุนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเมื่อเทียบกับปี 2568 และการใช้เงิน Claw back จากการไฟฟ้าฯ มาชำระคืนหนี้บางส่วน พร้อมขยายเวลาคืนหนี้ส่วนที่เหลือออกไปก่อน ส่วนในช่วงปี 2570-2572 คาดว่าค่าไฟฟ้าจะทยอยลดลงมาอยู่ในช่วง 3.7-3.85 บาทต่อหน่วย ตามแนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ การประเมินค่าไฟฟ้าของรัฐยังคาดว่าจะตรึงค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับต่ำไม่เกินกว่า 3.94 บาทต่อหน่วย

พลังงานหมุนเวียนโตเด่น: แผนลงทุนกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท

ภาคการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนโดยรวมในไทยมีแนวโน้มขยายตัวทั้งในปี 2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 จากแผนการติดตั้งโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตเข้าระบบตามสัญญาในปี 2569 รวม 1,103 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 52,000 ล้านบาท ขณะที่ในระยะกลาง (ปี 2570-2573) มีแผนการผลิตไฟฟ้าราว 1,200-1,600 MW ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 43,000-56,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จากรอบการรับซื้อ Big lot 1 ที่ 5.2 กิกะวัตต์ (GW) และ lot 2 ที่ 2.1 GW

ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว 3 แนวทางสำคัญ

ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าควรให้ความสำคัญกับการปรับตัว 3 ประการ เพื่อรับมือกับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและความท้าทายในอนาคต:

  1. ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน: ลดต้นทุนโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมรับนโยบายปรับลดราคารับซื้อจากภาครัฐ เช่น การขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมและระบบกักเก็บพลังงาน
  2. พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต: เช่น ไฟฟ้าสำหรับ AI & Cloud Data center และอิเล็กทรอนิกส์
  3. ขยายโอกาสทางธุรกิจ: เตรียมความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สามารถรองรับ Third Party Assessment (TPA) และ Direct PPA ในอนาคต

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อหนุนเป้า Net Zero

เพื่อสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศและบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 (2050) ภาครัฐควรเร่งดำเนินมาตรการอย่างน้อย 3 ประการ:

  1. เร่งอนุญาต TPA และ Direct PPA: สำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด โดยอาจเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
  2. จัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่: ให้สอดคล้องกับความต้องการไฟฟ้าในประเทศ พัฒนาการด้านเทคโนโลยี และเป้าหมาย Net Zero
  3. เร่งส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าใช้เอง: ในภาคอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย เช่น เร่งประกาศลดภาษี 200,000 บาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และจัดทำระบบ One-stop service สำหรับการขออนุญาตในภาคอุตสาหกรรม

บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม… https://www.scbeic.com/th/detail/product/power-sector-141025

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขับเคลื่อน ‘Homes of the Future’ ชูโซลูชัน AI ลดใช้พลังงาน พร้อมปั้น ‘ชุมชนช่างไฟ’ ผ่าน Line OA ตอกย้ำกลยุทธ์ยั่งยืน

Scroll to Top