“ชาตรามือ” เปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุดในชื่อ CTM “Captivating Tea Muse” เน้นขยายตลาดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การดื่มชาที่แตกต่าง เน้นความทันสมัยและสร้างสรรค์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ชาหลากหลายสายพันธุ์และเมนูที่มีลูกเล่นมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ชาที่ครอบคลุมตลาดชาอย่างสมบูรณ์แบบ
หากพูดถึงเทรนด์การดื่มชาในประเทศไทยในวันนี้ ก็ต้องบอกว่าไม่ต่างจากเทรนด์การดื่มกาแฟในช่วง 2-3 ปีก่อน คือคนเริ่มมองหาความพิเศษ “Specialty” มากขึ้น จากเดิมที่แค่ชาใส่นม ใส่ไข่มุกก็ขายได้ ต่อมาเป็นเทรนด์ ชาชีส ชาผสมผลไม้ จนถึง ชาเผือก
แต่อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงมากในปีนี้คือ “มัทฉะ” ที่เข้ามาสร้างเทรนด์สุขภาพในไทยจนหลายๆ ร้านต้องหันมาเพิ่มเมนูเพียวมัทฉะพรีเมียม หรือมัทฉะผสมนม น้ำมะพร้าว น้ำช่อดอกมะพร้าว

ตลาดชาเติบโต ผู้บริโภคเปิดรับสิ่งใหม่มากขึ้น
สำหรับแบรนด์ “ชาตรามือ” แบรนด์ชาที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 80 ปี ที่ผ่านมาเราจะคุ้นเคยกับความเป็น ชาดั้งเดิมที่ราคาเข้าถึงง่าย
ปัจจุบัน “ชาตรามือ” มีสาขารวมกว่า 230 สาขาในประเทศ และ 130 สาขาใน 13 ประเทศทั่วโลก โดยมีอัตราการขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 30 สาขาในไทย และ 10 สาขาในต่างประเทศ
แต่ด้วยพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า การขายสินค้ารูปแบบเดิมๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาความสดใหม่ ความแปลกใหม่ ชาตรามือจึงต้องขยับตัว สร้างแบรนด์ใหม่เข้ามาตอบรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช หรือคุณแพรว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด เล่าให้ฟังว่า การตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่ CTM (ย่อมาจาก Captivating Tea Muse) เกิดจากความต้องการที่จะสร้างพื้นที่ให้กับชาประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากชาไทย ซึ่งเป็นเมนูหลักของชาตรามือที่โดดเด่นและมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนอยู่แล้ว
แต่ด้วยคาแรกเตอร์ของแบรนด์ชาตรามือที่เน้นความดั้งเดิมและเป็นต้นตำรับ ทำให้การนำเสนอชาประเภทอื่น ๆ เข้ามาอาจไม่สามารถสื่อสารได้อย่างเต็มที่ การมีแบรนด์ใหม่จึงเป็นเหมือนการสร้าง “เวที” ให้กับชาที่มีความหลากหลายและมีลูกเล่นมากขึ้น
สำหรับร้าน CTM จะเน้นสร้างความโดดเด่นด้วยเมนูชาจากใบชาหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ชาเขียว, ชาอู่หลง และชาดำ (หรือชาแดง) จากแหล่งผลิตคุณภาพในไทย รวมถึง มัทฉะเกรดเซเลโมนี ที่นำเข้าจากเมือง นิชิโอะและยาเมะ ประเทศญี่ปุ่น
“วันนี้ผู้บริโภคพร้อมจะเปิดใจและกล้าจ่ายเพื่อคุณภาพที่สูงขึ้น” พราวนรินทร์ กล่าว

ชูจุดขาย “ความร่วมสมัย” และ “ความพรีเมียม”
สำหรับแบรนด์ CTM ถูกวางตำแหน่งให้เป็นแบรนด์ที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างจากชาตรามืออย่างชัดเจน โดยเน้นที่ความพรีเมียมและร่วมสมัยมากขึ้น
ในส่วนของเมนู ชานมจะมีราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของชาตรามือที่เป็นแบรนด์หลัก
ขณะที่เมนูพิเศษอย่าง มัทฉะเกรดเซเลโมนี ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จะมีราคาสูงขึ้นตามคุณภาพวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ โดยราคาอาจสูงถึง 200 บาท หรือมากกว่านั้น
สำหรับแบรนด์ CTM ปัจจุบันยังมีสาขาเดียวที่ Central Park (ชั้น LG) และยังไม่มีแผนขยายสาขาที่แน่นอน ซึ่ง พราวนรินทร์ ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ยั่งยืนมากกว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกจะเน้นการสร้างการรับรู้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และ การบอกปากต่อปาก (Word-of-Mouth)
การเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง CTM ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของชาตรามือ เพื่อให้สามารถครอบคลุมลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ชื่นชอบความดั้งเดิมและกลุ่มที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้ชาตรามือสามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็น Global Brand ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
–LINE MAN Wongnai เล็ง M&A ธุรกิจเพิ่ม เข้าซื้อ JERA Cloud แค่จุดเริ่มต้นออกนอกธุรกิจ Food Delivery





