นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) นำทีมผู้บริหารประกาศแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ระยะ 3-5 ปี เพื่อเร่งเครื่องสู่เป้าหมาย “Bangchak 100X” โดยปรับเป้าหมายการเงินที่ท้าทายยิ่งขึ้นคือการสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้ได้ 80,000 ล้านบาทภายในปี 2571 (2028) ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 100% จากฐานปัจจุบันที่ประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากเป้าหมายด้านผลประกอบการแล้ว BCP ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับ Top-Tier Total Shareholder Return (TSR) โดยเตรียมดำเนินการเข้าซื้อหุ้นคืน (Share Buyback Program) ในรูปแบบ โครงการต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมูลค่าพื้นฐานของบริษัทและบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ BCP ยังตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในโครงการปัจจุบัน (Margin Uplift) เพื่อสร้างกำไรเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นภายในกลุ่ม
-ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ 5 กลุ่มธุรกิจ เริ่ม 1 ม.ค. 2569
เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดด BCP ได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรจากเดิม 5 กลุ่มธุรกิจ เป็น 5 กลุ่มธุรกิจหลักใหม่ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 (2026) เน้นการรวมพลังเพื่อสร้าง Synergy และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
- กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด (R&M) และเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel): เป็นการรวมธุรกิจโรงกลั่น (BCP, BSRC), การตลาด และไบโอดีเซล/เอทานอล (BBGI) เข้าภายใต้การบริหารจัดการเดียวกัน เพื่อให้เกิดการทำงานที่ไร้รอยต่อ (Seamless) และเพิ่มประสิทธิภาพในการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
- เป้าหมาย: เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตโรงกลั่นทั้งสองแห่ง (พระโขนงและศรีราชา) เพื่อให้กำลังการกลั่นรวมเกิน 290,000 บาร์เรลต่อวัน (KBD) พร้อมส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงมูลค่าสูง เช่น น้ำมันกำมะถันต่ำสำหรับเรือเดินสมุทร (IMO) และดีเซลยั่งยืน (HVO/SAF)
- กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (Trading): ยกระดับเป็นธุรกิจเรือธงใหม่ (Flagship) โดยขยายขีดความสามารถการเทรดให้ครอบคลุมตลอด Value Chain ไม่จำกัดแค่การจัดหาน้ำมันให้โรงกลั่น แต่จะเทรดผลิตภัณฑ์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในระดับโลก
- เป้าหมาย: EBITDA เติบโต 5-8 เท่า จากระดับปัจจุบันภายในปี 2028.
- กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Upstream): ยืนยันความสำคัญของไฮโดรคาร์บอนที่ยังคงมีความต้องการสูง (คาดการณ์จะยังอยู่ไปอีกอย่างน้อย 25 ปี)
- กลยุทธ์: นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการดำเนินงานของ OKEA ในนอร์เวย์ มาใช้ในการลงทุนและพัฒนาแหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีอายุการใช้งานปานกลางถึงปลาย (Mid-to-end-of-life assets) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย (ล่าสุดจับมือกับ Chevron ในแปลง G2/64)
- กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าและดิจิทัล (Power & Infrastructure): BCPG จะก้าวจากการเป็นผู้เล่นหลักด้านพลังงานหมุนเวียน (Green Power) สู่การเป็นผู้พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและดิจิทัล (Electical & Digital Infrastructure) เช่น Data Center เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่มีการแข่งขันสูงในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนแบบดั้งเดิม.
- เป้าหมาย: EBITDA เติบโต 2 เท่า (มากกว่า 7,000 ล้านบาท) ใน 3 ปี
- กลุ่มธุรกิจใหม่และการลงทุน (New Business/Investment): มุ่งเน้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ การควบรวมกิจการ (M&A) และการบริหารจัดการเงินลงทุนเพื่อธุรกิจอนาคต (Frontier Technology) โดยเตรียมงบประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการลงทุนใน Startup
–วินัยทางการเงินเข้มข้น และเป้าหมาย Net Zero ชัดเจน
BCP ย้ำถึง Investment Discipline ที่เข้มข้น โดยกำหนดเกณฑ์การลงทุนใหม่ที่ชัดเจนและมีการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดย่อย (Sub-Committee) ร่วมกันทั้งกลุ่ม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่เหมาะสม (เป้าหมายขั้นต่ำ 15%) พร้อมตั้งเป้าให้สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งในระดับ A+ Rating
ทั้งนี้ BCP ยังคงยืนยันในเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนและการเป็นองค์กรสีเขียว โดยคงเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero ภายในปี 2593 (2050)
3 ทศวรรษ “ฉลากเบอร์ 5” โชว์ผลงานสุดทึ่ง! กฟผ. จับมือ พพ. อัปเกรดฉลากใหม่ มุ่งเป้าลดคาร์บอนสู่โลกสีเขียว
ACE โต้ข่าวลือ ยันลงทุน ‘บางจาก’ โปร่งใส ปัดเอี่ยวการเมือง-เตรียมฟ้องคนปล่อยข่าวเท็จ






