เทรนด์ Bleisure พุ่ง! คนไทยนิยมเที่ยวต่างประเทศยาวขึ้น ‘ดานัง-บาหลี’ ครองท็อปค้นหาพักเกิน 30 วัน

เทรนด์ Bleisure พุ่ง! คนไทยนิยมเที่ยวต่างประเทศยาวขึ้น 'ดานัง-บาหลี' ครองท็อปค้นหาพักเกิน 30 วัน

การทำงานแบบยืดหยุ่นกำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวของคนไทยอย่างชัดเจน เมื่อการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อนระยะสั้นอีกต่อไป แต่ถูกผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ส่งผลให้เทรนด์การท่องเที่ยวระยะยาวและการเดินทางแบบ “Bleisure” (Business + Leisure) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวอย่าง อโกด้า (Agoda) ชี้ให้เห็นว่า นักเดินทางชาวไทยที่มองหาการเข้าพักระยะยาวตั้งแต่ 30 คืนขึ้นไปในต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ และรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ไม่แพ้ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว

สำหรับจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยค้นหามากที่สุดสำหรับการพักระยะยาว ได้แก่ ดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งครองความสนใจอันดับหนึ่งด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูง สิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย และการผสมผสานระหว่างชายหาดกับชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว ตามมาด้วย บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย จุดหมายยอดนิยมของกลุ่ม Digital Nomad ที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำงานควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นสุขภาวะ (Wellness)

ขณะที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ยังคงดึงดูดด้วยโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมระดับโลก กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดดเด่นด้านความคุ้มค่าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วน โฮจิมินห์ซิตี้ และ โซล ต่างเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งมิติด้านวัฒนธรรม คุณภาพชีวิต และความคุ้มค่าในการใช้ชีวิตระยะยาว

ในส่วนของการค้นหาที่พักระยะยาวในประเทศไทย พบว่าจุดหมายปลายทางริมทะเลและเกาะต่าง ๆ ได้รับความนิยมสูงที่สุด สะท้อนความต้องการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดย พัทยา ครองอันดับหนึ่งเนื่องจากเดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสังคมเมืองครบครัน ตามมาด้วย ภูเก็ต และ เกาะสมุย ที่โดดเด่นด้านการเดินทางระหว่างประเทศและมีตัวเลือกที่พักหลากหลาย ขณะที่ หัวหิน และ ชะอำ ยังคงเป็นตัวเลือกชั้นนำสำหรับการพักผ่อนริมทะเลที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง

นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในภาคใต้อย่าง กระบี่ เกาะพะงัน เกาะเต่า และ เกาะลันตา ล้วนติดอันดับยอดนิยม โดยเฉพาะเกาะพะงันที่เริ่มเป็นที่ยอมรับในกลุ่มสายสุขภาพและ Digital Nomad ส่วนเกาะเต่ามีอันดับการค้นหาสูงขึ้นจากบรรยากาศที่ผ่อนคลายและชื่อเสียงด้านการดำน้ำ ด้าน เกาะช้าง โดดเด่นเรื่องธรรมชาติที่สมบูรณ์และความเงียบสงบ ขณะที่ เขาหลัก และ ระยอง ก็ติดกลุ่ม 15 อันดับแรกของเมืองชายทะเลที่นักท่องเที่ยวมองหาความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตและทำงาน

อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า เปิดเผยว่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่านักเดินทางไทยมองหาการเข้าพักระยะยาวในต่างประเทศที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความคุ้มค่า และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันชาวต่างชาติที่มองหาการพักระยะยาวในไทยยังคงปักหมุดที่เกาะและเมืองริมทะเล ซึ่งอโกด้าพร้อมสนับสนุนการค้นหาที่พักที่ตอบสนองรูปแบบการทำงานทางไกลและการพักผ่อนที่ยาวนานขึ้นอย่างครบวงจร

เพื่อรองรับเทรนด์การเดินทางแบบผสานการทำงานและการพักผ่อน อโกด้าได้จัดแคมเปญ August Mega Sale มอบส่วนลดที่พักสูงสุด 60% ระหว่างวันที่ 17–31 สิงหาคม พร้อมดีล Flash Sale ลดสูงสุด 70% ในวันที่ 19 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเดินทางวางแผนการพักผ่อนระยะยาวหรือการทำงานทางไกลได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นผ่าน www.agoda.com และแอปพลิเคชัน Agoda

คนไทยเมินน้ำมันแพง! AirAsia MOVE เผยยอดค้นหาเที่ยวบินพุ่ง 86% รับหยุดยาววันแม่ “ญี่ปุ่น-เวียดนาม” ยืนหนึ่ง