บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรุกคืบกลยุทธ์ “Must Win” ด้วยการทุ่มงบลงทุนครั้งใหญ่กว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มสายการผลิตใหม่ 2 สาย ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี มุ่งเป้าขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มให้หลากหลาย (Portfolio Transformation) และยกระดับการผลิตสู่ความยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย
การลงทุนครั้งนี้เป็นการติดตั้งสายการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง (สายที่ 5 และ 6) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มในไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 3% ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยไฮไลต์สำคัญคือการย้ายฐานการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ชา “ทีพลัส” (TEA+) และกาแฟพร้อมดื่ม “บอส คอฟฟี่” (BOSS Coffee) มาผลิตเองในรูปแบบ In-house production ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่และควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น
มาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน ระบุว่าสายการผลิตใหม่นี้สามารถผลิตได้มากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตรวมสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร “Growing for Good”
ด้านนวัตกรรมการผลิต อากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต เผยว่าสายการผลิตใหม่ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูงและระบบฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) โดยเฉพาะในกลุ่มชาและกาแฟที่ใช้ระบบปิดตั้งแต่การสกัดจนถึงการบรรจุ เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติให้ใกล้เคียงการชงสด นอกจากนี้ยังรองรับการใช้พลาสติกรีไซเคิล (rPET) และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิตอีกด้วย
การขยายฐานการผลิตในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์หลักอย่าง เป๊ปซี่ และกลุ่มน้ำอัดลม แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว






