คนไทยตื่นตัวรับมือ “โลกเดือด” ดันเทรนด์ “บ้านประหยัดพลังงาน” มาแรง ผลสำรวจชี้ 46% ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อบ้านรักษ์โลก

คนไทยตื่นตัวรับมือ “โลกเดือด” ดันเทรนด์ "บ้านประหยัดพลังงาน" มาแรง ผลสำรวจชี้ 46% ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อบ้านรักษ์โลก

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงจนเข้าสู่ “ยุคโลกเดือด” กำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมการเลือกที่อยู่อาศัยของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ระบุว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วพุ่งสูงขึ้นมาอยู่อันดับที่ 17 ของโลก ขณะที่สถิติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยในปี 2567 ยังสูงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

เจาะอินไซต์คนหาบ้าน: “ความยั่งยืน” คือปัจจัยหลักในการตัดสินใจ

จากผลสำรวจ DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคารเขียวและความยั่งยืนมาเป็นอันดับ 2 รองจากชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองดังนี้:

  • ยินดีจ่ายแพงกว่า: 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามพร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยรักษ์โลก
  • ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม: 88% ยินดีควักกระเป๋าเพิ่มให้กับนวัตกรรมบ้านเย็นและบ้านปลอดฝุ่น
  • 3 ฟังก์ชันยอดฮิต: คนส่วนใหญ่ต้องการพื้นที่สีเขียวในบ้าน (70%), ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (65%) และการออกแบบที่รองรับพลังงานสะอาด เช่น จุดชาร์จ EV และโซลาร์เซลล์ (58%)

6 แนวทางอัปเกรดบ้านสู่ความยั่งยืน ตอบโจทย์ความคุ้มค่าระยะยาว

การเปลี่ยนบ้านให้เป็น “บ้านประหยัดพลังงาน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีแนวทางที่ทำได้จริงดังนี้:

  1. วัสดุกันความร้อน: เลือกใช้อิฐมวลเบา ติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้ฝ้า และใช้กระจก Low-E เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน ช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก
  2. ดีไซน์รับลมและแสงธรรมชาติ: วางตำแหน่งบ้านและช่องเปิดให้สอดคล้องกับทิศทางลม รวมถึงการปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อสร้างความร่มรื่น
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และระบบ Inverter: ช่วยประหยัดค่าไฟและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน: ใช้ไฟระบบเซ็นเซอร์ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ-ไฟอย่างรู้ค่าในชีวิตประจำวัน
  5. มิเตอร์ TOU (Time of Use): ทางเลือกอัจฉริยะสำหรับผู้ที่ใช้ไฟช่วงกลางคืนหรือชาร์จรถ EV เป็นหลัก ช่วยลดค่าไฟได้โดยไม่ต้องลดการใช้งาน
  6. ติดตั้ง Solar Rooftop: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้ นอกจากจะผลิตไฟฟ้าใช้เองได้แล้ว ปัจจุบันรัฐบาลยังสนับสนุนให้นำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท (ถึงสิ้นปี 2571)

ปัจจุบันสถาบันการเงินเริ่มออกผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้านสีเขียว (Green Loan) เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อย่างเป็นรูปธรรม

เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำอสังหาฯ ไทย ชูยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ด้วย ‘AP CODE’ แนวคิดหลักที่เริ่มจากความเข้าใจลึกซึ้ง

Scroll to Top