ส่องทิศทางราคาน้ำมันโลกจ่อขาลง! กูรูพลังงานชี้สัญญาณบวกจากดีลสงบศึก แต่อาจไม่เห็นดีเซลราคาถูกในไทยเร็วๆ นี้

ส่องทิศทางราคาน้ำมันโลกจ่อขาลง! กูรูพลังงานชี้สัญญาณบวกจากดีลสงบศึก แต่อาจไม่เห็นดีเซลราคาถูกในไทยเร็วๆ นี้

ศ.ดร.พลายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่าปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาคือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งไปแตะระดับ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในบางช่วง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเจรจาสงบศึกและท่าทีของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งเน้นการยุติความขัดแย้ง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเข้าสู่ช่วงขาลง

คาดน้ำมันโลกแตะ 80 ดอลลาร์ หากการเจรจาสงบศึกสัมฤทธิ์ผล

จากการประเมินแนวโน้มของผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าคู่ขัดแย้งมีโอกาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อช่องแคบฮอร์มุสและเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง

หากการเจรจามีความคืบหน้าที่ชัดเจน ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ และอาจลงไปถึง 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสามารถสงบศึกได้อย่างถาวร ซึ่งถือเป็นจุดที่ช่วยให้สถานการณ์ตึงเครียดทั่วโลกคลี่คลายลง

ทำไมน้ำมันไทยไม่ลดตามตลาดโลก? เปิดสาเหตุ “หนี้กองทุนน้ำมัน” 6 หมื่นล้าน

แม้ราคาน้ำมันโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ผู้บริโภคชาวไทยอาจไม่ได้เห็นราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันปรับลดลงในสัดส่วนที่เท่ากันทันที เนื่องจากสถานะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันยังวิกฤต ติดลบสะสมกว่า 60,000 ล้านบาท

“เรายังคงต้องคงราคาน้ำมันในระดับที่ค่อนข้างสูงไว้ระยะหนึ่ง เพื่อนำเงินส่วนต่างกลับมาชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ที่เคยใช้พยุงราคาให้เราก่อนหน้านี้ เพื่อให้กองทุนกลับมามีสถานะเป็นบวกและพร้อมรับมือวิกฤตในอนาคต” ศ.ดร.พลายพล ระบุ

คาดการณ์ว่าหากราคาน้ำมันโลกอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดีเซลในไทยอาจจะวนเวียนอยู่ที่ประมาณ 35-40 บาทต่อลิตร โดยต้องใช้เวลาเป็นปีในการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อล้างหนี้สะสมให้กลับสู่สมดุล

แนะปฏิรูปโครงสร้างราคา เลิกอ้างอิงสิงคโปร์ 100% ช่วงวิกฤต

สำหรับแนวทางการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ ศ.ดร.พลายพล ให้ความเห็นว่าควรพิจารณาเรื่อง ราคาหน้าโรงกลั่น เป็นสำคัญ แม้ปัจจุบันจะอ้างอิงราคาสิงคโปร์เป็นหลัก

แต่ในอนาคตควรนำข้อมูล “ต้นทุนที่แท้จริง” โดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤตมาคำนวณร่วมด้วย เพื่อไม่ให้ราคาอ้างอิงสูงเกินไปจนสร้างภาระแก่ประชาชน และสามารถนำส่วนเกินนั้นมาบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้น้ำมันได้อย่างทันท่วงที

ชมคลิป https://www.youtube.com/watch?v=n3PoJXm5BXc

UAC กางแผน ‘JUMP+’ ปักธงรายได้ 2,240 ล้านปี 71 รุกนวัตกรรมพลังงานสะอาดเต็มสูบ

Scroll to Top