เสียวหมี่ (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ประจำปี 2568 โชว์ความสำเร็จในการผสานความยั่งยืนเข้ากับระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ผ่านกลยุทธ์นวัตกรรมสีเขียวและการใช้ AI ขั้นสูงขับเคลื่อนธุรกิจอย่างโปร่งใส
ลงทุน R&D มหาศาล ดัน Agentic AI ครองอันดับโลก
ในปีที่ผ่านมา เสียวหมี่ทุ่มงบวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึง 33.1 พันล้านหยวน โดยมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน R&D เกือบครึ่งหนึ่งขององค์กร (45%) ผลสำเร็จที่โดดเด่นคือการเปิดตัวโมเดล AI ขนาดใหญ่ 3 รุ่น ได้แก่ Xiaomi MiMo-V2-Pro, MiMo-V2-Omni และ MiMo-V2-TTS ซึ่งรุ่นเรือธงอย่าง MiMo-V2-Pro สามารถทำสถิติยอดเรียกใช้งานอันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม OpenRouter และติดอันดับ 8 ของโลกจากดัชนี Artificial Analysis Intelligence Index
นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังให้ความสำคัญกับ “Trustworthy AI” หรือ AI ที่น่าเชื่อถือ โดยยึดหลักจริยธรรมตามแนวทางของสหภาพยุโรป เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะมีความเป็นธรรมและปลอดภัยต่อผู้ใช้งานทุกคน
ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลด้วยระบบ MiTEE
ด้านความเป้นส่วนตัว เสียวหมี่พัฒนาการปกป้องข้อมูลผ่านระบบปฏิบัติการความปลอดภัย MiTEE ซึ่งทำงานแยกส่วนจากระบบหลักอย่างอิสระ ทำให้ข้อมูลสำคัญ เช่น อัตลักษณ์บุคคล (Face ID) ข้อมูลการชำระเงิน และกุญแจดิจิทัลสำหรับรถยนต์ EV จะถูกเก็บไว้เฉพาะในตัวอุปกรณ์เท่านั้น (On-device) ไม่มีการส่งออกสู่ภายนอก พร้อมกำหนดมาตรฐานการตอบสนองคำขอใช้สิทธิข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 15 วัน ซึ่งรวดเร็วกว่าที่กฎหมาย GDPR กำหนดถึงเท่าตัว
รุกหนักเศรษฐกิจหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้าสีเขียว
เสียวหมี่นำหลักการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่:
- สมาร์ทโฟน: Xiaomi 15T Series และ Redmi K90 ใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในส่วนโครงสร้างหลัก
- ยานยนต์ EV: Xiaomi YU7 และ SU7 Series มีสัดส่วนการใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิลสูงถึง 14.2% และ 19% ตามลำดับ
- นวัตกรรมประหยัดพลังงาน: เปิดตัวหัวชาร์จ 100W ที่ใช้พลังงานสแตนด์บายต่ำที่สุดในโลก ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้หลายร้อยล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
- โครงการเทรดอิน: รีไซเคิลสมาร์ทโฟนใช้แล้วกว่า 2 ล้านเครื่อง ผ่านเครือข่ายครอบคลุม 24 ประเทศทั่วโลก
มุ่งสู่พลังงานสะอาด 100%
ในส่วนของภาคการผลิต โรงงาน Xiaomi EV ได้นำระบบหมุนเวียนความร้อน (RTO) มาใช้ ช่วยกู้คืนพลังงานได้มหาศาล พร้อมตั้งเป้าในปี 2570 จะใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์โดยตรงให้ครอบคลุม 15% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดหาไฟฟ้าสีเขียวเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตอกย้ำการเดินหน้าสู่เป้าหมายความตกลงปารีสในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5°C อย่างยั่งยืน
ข้อความสรุปข้างต้นคัดมาจากรายงาน ESG ปี 2568 โปรดดูรายงานฉบับเต็ม full report (หน้า 110-261) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม






