ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยวิสัยทัศน์ในงานเปิดตัวโครงการ “AI for All Thais” โดยความร่วมมือระหว่าง True และ Google ย้ำชัด AI คือ “กระดูกสันหลัง” ของการพัฒนาประเทศใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่สร้างคนไทยที่มีทักษะ AI Literacy ให้ได้ถึง 1 ใน 3 ของประเทศ เพื่อรับมือกับยุค Technology Disruption และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ระดับสากล
ยกระดับทักษะคนไทยสู่ AI Professional 80,000 คน
รมว.อว. ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหา Tech Disruption ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในยุคที่ไทยยังติดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) การจะก้าวข้ามจุดนี้ได้จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Professional ถึง 80,000 คน ซึ่งปัจจุบันไทยยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุนระดับโลก
“เป้าหมายของผมใน 4 ปีนี้ คือการทำให้คนไทย 1 ใน 3 หรือประมาณ 20 ล้านคน มีทักษะ AI Literacy และก้าวไปสู่ระดับ AI Engineer รวมถึง AI Researcher ให้ได้ หากเราไม่เริ่มปูพื้นฐานตั้งแต่วันนี้ เราจะไม่สามารถพาประเทศไปข้างหน้าได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เชื่อมโยง Education – Research – Innovation
กลยุทธ์สำคัญของกระทรวง อว. คือการทำให้วงล้อ 3 วง ได้แก่ การศึกษา (Education), การวิจัย (Research) และ นวัตกรรม (Innovation) เติบโตไปพร้อมกัน โดยเน้นแนวคิด AI for Lifelong Learning:
- Up-skill & Re-skill: มุ่งเน้นกลุ่มคนทำงานและผู้สูงอายุ (Aging Society) ให้มีทักษะ AI เพื่อเป็น “เสือติดปีก” ในการทำงาน
- Credit Bank: เปิดโอกาสให้นักเรียนเก็บสะสมเครดิตการเรียน AI ในมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่ยังไม่จบโรงเรียน
- AI Startup Ecosystem: สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิด Startup ไทย โดยผลักดันให้เข้าถึงแหล่งทุนอย่าง Angel Fund และ VC เพื่อขยายตัวสู่ระดับ Series A
ชู Uniqueness ของไทย สร้างรายได้จาก Data เฉพาะตัว
รมว.อว. ให้ความเห็นว่าไทยไม่ควรแข่งในตลาด AI ทั่วไปที่ตามหลังต่างชาติ แต่ควรดึงจุดเด่นเรื่อง “ข้อมูลเฉพาะตัว” (Uniqueness Data) มาสร้างมูลค่า เช่น ข้อมูลโรคเขตร้อน ข้อมูล Wellness เกษตรมูลค่าสูง (Precision Farming) และข้อมูลเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทระดับโลกอย่าง Google หรือนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนผลักดัน AI Infrastructure ให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ (New Growth Engine) ทั้งในพาร์ทของ Supply Chain เช่น ชิป และอุปกรณ์เซนเซอร์ต่างๆ รวมถึงการใช้ AI เข้ามาจัดการภาครัฐเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Corruption ผ่านการตรวจสอบข้อมูลที่โปร่งใส
“เราต้องไม่คิดแค่ในไทยใช้ในไทย แต่ต้องคิดในไทยเพื่อใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะตลาด Southeast Asia ที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเป็นโอกาสมหาศาลของคนไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย







