Confluent เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ปลดล็อก Real-Time AI ระดับองค์กร มุ่งลดความซับซ้อนและเสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุด

Confluent เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ปลดล็อก Real-Time AI ระดับองค์กร มุ่งลดความซับซ้อนและเสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุด

Confluent ผู้บุกเบิกด้าน Data Streaming ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่บน Confluent Intelligence และ Confluent Cloud มุ่งแก้ปัญหาคอขวดด้านความปลอดภัยและความซับซ้อนของโครงสร้างข้อมูล ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถขับเคลื่อนระบบ AI แบบเรียลไทม์ (Real-Time AI) และเอเจนต์ AI (Agentic AI) ไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

จากรายงานของ McKinsey ระบุว่า 80% ขององค์กรธุรกิจยอมรับว่า ข้อจำกัดด้านระบบข้อมูลคืออุปสรรคสำคัญในการขยายขีดความสามารถของ Agentic AI เนื่องจากความกังวลด้านข้อมูลรั่วไหล และความซับซ้อนในการจัดการสายข้อมูลสตรีมมิ่งที่ AI จำเป็นต้องใช้ ส่งผลให้โครงการ AI ส่วนใหญ่ในระดับองค์กร รวมถึงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) มักติดอยู่เพียงขั้นทดลองและไม่สามารถนำมาใช้งานจริงได้

Confluent จึงได้พัฒนาขีดความสามารถใหม่เพื่อทลายข้อจำกัดเหล่านี้ โดยทำหน้าที่เป็นรากฐานข้อมูลที่ประมวลผลข้อมูลย้อนหลังและข้อมูลเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องตามบริบทให้แก่แอปพลิเคชัน AI ผ่านฟีเจอร์ไฮไลต์สำคัญ 5 ด้าน ดังนี้:

  • Natural Language Operations (สั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ): เปิดตัว Confluent MCP (Model Context Protocol) และ Agent Skills ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้ภาษามนุษย์ทั่วไปในการสร้าง บริหารจัดการ และแก้ไขข้อผิดพลาด (Debug) ระบบสตรีมมิ่งได้ทันที สอดรับกับเวิร์กโฟลว์การพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent
  • Automated Data Privacy (ระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอัตโนมัติ): ใช้ขุมพลัง Machine Learning ในตัวตรวจจับและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล (PII) บน Flink SQL โดยตรง ไม่ต้องเขียนโค้ดเพิ่มหรือย้ายข้อมูลลงคลัง ปลดล็อกการใช้ AI ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด เช่น การเงิน สุขภาพ และประกันภัย
  • Secure Connectivity (การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย): รองรับ Azure Private Link เพื่อการประมวลผล AI บนเครือข่ายส่วนตัวโดยไม่ผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ พร้อมเชื่อมต่อ Flink jobs เข้ากับบริการ Azure OpenAI, Azure SQL และ Cosmos DB ได้อย่างปลอดภัย
  • Unified Engineering Workflows (กระบวนการวิศวกรรมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว): มาพร้อม dbt Adapter แบบโอเพนซอร์ส ช่วยผสานการทำงานของ Flink SQL บน Confluent Cloud เข้ากับ dbt เฟรมเวิร์กมาตรฐานของวิศวกรข้อมูล ช่วยให้ขยายเวิร์กโฟลว์ข้อมูลเดิมสู่รูปแบบเรียลไทม์ได้ง่ายขึ้น
  • รองรับโมเดล AI เพิ่มเติม: เพิ่มการรองรับโมเดล TimesFM เพื่อตรวจจับความผิดปกติ รวมถึงโมเดลชั้นนำจาก Anthropic และ Fireworks AI ในกระบวนการประมวลผลของ Flink

นอกจากนี้ Confluent ยังได้ประกาศเปิดใช้งานทั่วไป (General Availability) สำหรับ Real-Time Context Engine เพื่อป้อนข้อมูลบริบทที่สดใหม่และมีการกำกับดูแลให้แก่แอปพลิเคชัน AI พร้อมขยายความร่วมมือกับ IBM โดยผสาน Confluent Cloud เข้ากับ watsonx.data เพื่อสร้างชั้นข้อมูลบริบทแบบเรียลไทม์ที่แข็งแกร่งในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดคลาวด์

xTool ปักหมุดไทย เปิดตัวเลเซอร์แกะสลักรุ่นเรือธง ดันโมเดลทำเงินคัสตอมสินค้าสร้างกำไรสูง

Scroll to Top