ผลสำรวจ “The AI Business Application Readiness and Accessibility Survey” จาก อาลีบาบา คลาวด์ เผยให้เห็นทิศทางสำคัญขององค์กรภาคธุรกิจในเอเชียและประเทศไทย ที่กำลังตื่นตัวในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาขับเคลื่อนองค์กรอย่างจริงจัง โดยพบว่า 99% ของผู้ตอบแบบสำรวจยกให้ AI เป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของธุรกิจ และ 95% เตรียมเพิ่มงบลงทุนด้านผลิตภัณฑ์ AI อย่างต่อเนื่อง
ไทยครองแชมป์ตื่นตัว เร่งเพิ่มงบ AI เกิน 50%
ในระดับภูมิภาค องค์กรกว่า 75% ระบุว่า AI ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถแยกขาดจากการดำเนินงานประจำวันได้แล้ว โดยเน้นการจัดสรรงบประมาณไปที่โครงสร้างพื้นฐานระดับรากฐาน (IaaS) ถึง 69% ตามด้วยแพลตฟอร์มพัฒนา (PaaS) 61% และบริการด้านโมเดล (MaaS) 58%
สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจสะท้อนความกระตือรือร้นสูงที่สุดในภูมิภาค โดยองค์กรไทยถึง 79% มีแผนจะเพิ่มงบลงทุนด้าน AI อีกอย่างน้อย 50% ขึ้นไป หรือมากกว่านั้น เพื่อขยายระบบการทำงานให้ครอบคลุม ซึ่งเป้าหมายหลักของการนำ AI มาใช้ในไทย คือการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่วัดผลได้จริง (67%) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนวัตกรรม (64%) และการสร้างรายได้ใหม่ ๆ (48%)
ภาพรวมการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรปัจจุบัน
องค์กรส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนผ่านจากการทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงในระบบงานหลัก ได้แก่:
- การวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเชิงบริหาร: 66%
- เครื่องมือบริการลูกค้าและแชทบอท: 64%
- งานการตลาดและการสร้างคอนเทนต์: 58%
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเขียนโค้ด: 55%
- การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล: 38%
ความท้าทายวิกฤต: ไทยขาดแคลนบุคลากร – ความปลอดภัยข้อมูลยังเป็นอุปสรรคใหญ่
แม้ภาคธุรกิจจะมีความพร้อมด้านงบประมาณ แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญในการขยายผลการใช้งาน โดยในภาพรวมภูมิภาค องค์กรต่างกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลมากที่สุด (48%) ตามด้วยปัญหาต้นทุนในการติดตั้งใช้งาน (42%)
ขณะที่ประเทศไทย ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดกลับเป็น “การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ” โดยองค์กรไทยถึง 63% ระบุว่าต้องการการสนับสนุนด้านกำลังคนเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในผลสำรวจครั้งนี้ สะท้อนว่าความพร้อมด้านบุคลากรตามไม่ทันความต้องการลงทุนทางเทคโนโลยี
เทรนด์ AI + Cloud แบบ Full-Stack และความสำคัญของภาษาท้องถิ่น
ผลสำรวจชี้ว่า องค์กร 45% ให้ความสนใจเลือกใช้โซลูชันแบบ AI + Cloud บูรณาการเต็มรูปแบบ (Full-Stack) บนคลาวด์เดียว เนื่องจากช่วยบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูลได้ดีกว่า ลดความซับซ้อน และควบคุมต้นทุนได้ง่ายผ่านระบบ Pay-as-you-go
นอกจากนี้ “ภาษาท้องถิ่น” กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยตัดสินความสำเร็จ โดยพบว่ามีผู้ตอบแบบสำรวจเพียงครึ่งเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่วนที่เหลือต้องการโมเดล AI ที่เข้าใจภาษาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง เช่น ภาษาไทย ญี่ปุ่น เกาหลี และบาฮาซา ส่งผลให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่รองรับหลากหลายภาษา เช่น ตระกูล Qwen ของอาลีบาบา คลาวด์ ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมากในภูมิภาคนี้
ดร.เฟยเฟย ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและประธานกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ ของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า อาลีบาบา กรุ๊ป ได้วางแผนลงทุนอย่างน้อย 380,000 ล้านหยวน (ประมาณ 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์และ AI รองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค Agentic AI ที่มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่นำไปปฏิบัติงานได้จริงผ่านโซลูชันแบบครบวงจร
–พลิกเกมค้าปลีกไทย! ปลดล็อก ‘Agentic AI’ ชูยุทธศาสตร์ Omnichannel รับเทศกาลช้อปกลางปี







