สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอย่างรุนแรงอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าว Tasnim ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านจะยุติการส่งข้อความผ่านตัวกลางกับสหรัฐฯ พร้อมเตรียมยกระดับมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างสมบูรณ์ เพื่อตอบโต้กรณีที่ยังคงมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า อิหร่านยืนยันจะไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น จนกว่าอิสราเอลจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครองในเลบานอนอย่างเต็มรูปแบบ และยุติการโจมตีทั้งในเลบานอนและฉนวนกาซา นอกจากนี้ แนวร่วมฝ่ายต่อต้านและอิหร่านยังมีมติร่วมกันที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง รวมถึงเปิดใช้งานแนวรบอื่นๆ เช่น ช่องแคบเบบอัลมันเดบ (Bab al-Mandeb) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าสำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดน เพื่อลงโทษอิสราเอลและกลุ่มผู้สนับสนุน
ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นกว่า 7% สะท้อนถึงความล้มเหลวของความพยายามทางการทูตในการยุติสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4 แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะมีการประชุมในห้อง Situation Room ของทำเนียบขาวเพื่อพิจารณาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่าน แต่การประชุมดังกล่าวจบลงโดยไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันไปมา ทำลายความหวังในข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน อิสราเอลได้ยกระดับการโจมตีทางทหารในเลบานอนอย่างหนัก โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้สั่งการโจมตีเขตชานเมืองเบอรูตซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ทางด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้แถลงย้ำว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะต้องครอบคลุมในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย การละเมิดเพียงแนวรบเดียวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงทั้งหมด ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา
ปัจจุบัน การสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นอย่างมีนัยสำคัญจากภัยคุกคามของอิหร่านและการปิดล้อมเพื่อตอบโต้ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างรุนแรง โดยก่อนเกิดสงคราม (ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์) มีอุปทานน้ำมันของโลกประมาณ 1 ใน 5 ที่ต้องเดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ และมีเรือผ่านเข้าออกมากกว่า 100 ลำต่อวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงจำนวนน้อยมาก ท่ามกลางความกังวลว่าอิหร่านอาจเริ่มใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางกับเรือที่สัญจรผ่าน
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยแสดงความมั่นใจว่า อิหร่านยังคงต้องการทำข้อตกลง และขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น โดยเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีในท้ายที่สุด
ที่มา cnbc
–ทรัมป์ ขู่ลั่นล้างบางนิวเคลียร์ “อิหร่าน” พ่วงเปิดศึก “โอมาน” ปมช่องแคบฮอร์มุซ







