True ชี้ 10 เทรนด์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก แนะธุรกิจเร่งปรับตัวสู่ยุค ‘Hyper-Convergence’ คว้าโอกาสทศวรรษหน้า

True ชี้ 10 เทรนด์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก แนะธุรกิจเร่งปรับตัวสู่ยุค 'Hyper-Convergence' คว้าโอกาสทศวรรษหน้า

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ขึ้นเวทีเสวนา “Digital & AI Intelligence Unleashed” ภายในงาน CP Innovation Exposition and Symposium 2025 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อฉายภาพอนาคตของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมธุรกิจโลก พร้อมแนะกลยุทธ์ให้องค์กรต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า

เอกราช ระบุว่า จากข้อมูลดัชนี S&P 500 ย้อนหลังไปถึงปี 2024 ชี้ให้เห็นว่าการอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจมีความสัมพันธ์โดยตรงกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี หลายธุรกิจในอดีตได้หายไป ขณะที่ธุรกิจที่ยังคงอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากอิทธิพลของนวัตกรรม เช่น สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย ยิ่งไปกว่านั้น นวัตกรรมล่าสุดอย่าง Generative AI หรือการเดินทางสู่อวกาศในเชิงพาณิชย์ (commercial spaceflight) มีความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วกว่านวัตกรรมในยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน

นวัตกรรมในยุคปัจจุบันจึงแตกต่างไปจากเดิม โดยมี AI เป็นรากฐานสำคัญ ใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาในรูปแบบแพลตฟอร์ม เอกราช ได้แบ่งประเภทของนวัตกรรมออกเป็น 4 รูปแบบตามผลกระทบต่อตลาด ได้แก่

  • Incremental Innovation: นวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อย เช่น รถยนต์รุ่นใหม่ หรือสินค้ารสชาติใหม่
  • Sustaining Innovation: นวัตกรรมที่ช่วยรักษาความเป็นผู้นำตลาด เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงใหม่
  • Radical Innovation: นวัตกรรมที่มีความใหม่ทางเทคโนโลยีสูงแต่ยังไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดมากนัก เช่น สมาร์ทโฟนจอพับ
  • Disruptive Innovation: นวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุดและพลิกโฉมอุตสาหกรรมได้มากที่สุด เช่น บริการเรียกรถ Ride-sharing

10 เทรนด์นวัตกรรมเปลี่ยนโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

สำหรับ 10 เทรนด์นวัตกรรมที่จะกำหนดทิศทางอนาคตและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ได้แก่

  1. Living Intelligence: การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับชีวเทคโนโลยี (Biotechnology) เช่น การควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านสมอง (brain-computer interface) และการทำนายสุขภาพจากข้อมูลร่างกาย
  2. Action Models: การพัฒนา AI ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาษา (Language Model) ไปสู่การเป็น Action Model ที่สามารถลงมือทำงานได้จริง
  3. Robotics Break Free: หุ่นยนต์จะทำงานนอกสภาพแวดล้อมควบคุม เช่น โดรนส่งของ หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่ช่วยงานต่างๆ
  4. Agentic AI: AI ที่สามารถทำงานหรือให้ข้อเสนอแนะได้เองโดยอัตโนมัติ เพียงแค่ให้แนวทางความต้องการ
  5. Metamaterials: การสร้างวัสดุรูปแบบใหม่ด้วยโครงสร้างขนาดเล็กพิเศษ เช่น เลนส์ที่บางเฉียบ หรือไม้ที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็ก
  6. Unlikely Alliances: การร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  7. Climate Innovation: นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  8. Nuclear Resurgence: การใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors) เพื่อผลิตไฟฟ้าในระดับครัวเรือน
  9. Quantum Leap: การนำ Quantum Computing มาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลามากในปัจจุบันให้เสร็จสิ้นได้ในเวลาอันสั้น
  10. Cislunar Economy: การสร้างเศรษฐกิจจากพื้นที่อวกาศและดวงจันทร์ รวมถึงการขยายเครือข่ายสัญญาณโทรคมนาคม

3 กลไกสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคแห่งนวัตกรรม

ทั้ง 10 เทรนด์ดังกล่าวเป็นผลมาจากสภาวะ “Hyper-Convergence” หรือการหลอมรวมกันในหลายมิติ ได้แก่ ทักษะ (Converging Skills) เทคโนโลยี (Converging Technologies) ความร่วมมือ (Converging Partnerships) และข้อมูล (Converging Data) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรต้องทำความเข้าใจ

ในตอนท้าย เอกราช ได้เน้นย้ำถึง 3 องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ การกำหนดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือทั้งโอกาสและความเสี่ยง, ความกล้าที่จะทดลองและทำสิ่งใหม่ๆ พร้อมปรับเปลี่ยนกฎระเบียบและกระบวนการทำงานให้ยืดหยุ่น, และ การออกแบบองค์กรให้ยืดหยุ่น พร้อมเรียนรู้จากความล้มเหลวและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

LINE ชี้เทรนด์ร้านอาหารยุคใหม่ ใช้ LINE Solutions ผสาน AI รู้ใจลูกค้า สร้างยอดขายยั่งยืน

Scroll to Top