สิ้นสุดยุค “ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน” “บอกเลขที่บ้านผิด” เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน… ล่าสุด AIS ได้เปิดตัวบริการใหม่สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Android ที่เมื่อโทรแจ้งเหตุเบอร์ 191 ระบบจะแชร์ตำแหน่งของผู้โทรไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของตำรวจโดยอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นที่แรก
ระบบส่งพิกัดอัตโนมัติ ทำงานอย่างไร
เทคโนโลยีนี้มีชื่อเรียกว่า Advanced Mobile Location (AML) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกติดตั้งมาในโทรศัพท์ Android ส่วนใหญ่อยู่แล้ว โดยระบบจะทำงานทันทีเมื่อมีการโทรออกไปยังเบอร์ 191 โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม
หลักการทำงานของ AML คือการรวบรวมข้อมูลตำแหน่งจากหลายแหล่งที่มีในโทรศัพท์ ณ ขณะนั้น เพื่อเลือกใช้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดส่งไปยังตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณ GPS ที่มีความแม่นยำสูงสุด, ตำแหน่งของสัญญาณ Wi-Fi (SSID), รหัสประจำสถานีฐาน (Cell ID) หรือแม้กระทั่งการคำนวณจากตำแหน่งเสาสัญญาณ 3 ต้นที่อยู่ใกล้เคียง
ทำให้แม้ผู้แจ้งเหตุจะไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัดของตนเอง หรืออยู่ในภาวะตกใจไม่สามารถสื่อสารได้ ตำรวจก็ยังสามารถทราบพิกัดและเข้าให้ความช่วยเหลือได้
สำหรับการใช้งานโทรฉุกเฉิน ให้แตะที่ “การโทรฉุกเฉิน” บนหน้าจอปลดล็อก จากนั้นแตะไอคอนแป้นกดหมายเลขสีเขียว
หรือ กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องเร็วๆ 5 ครั้ง (ในบางรุ่น) เพื่อเริ่มฟังก์ชัน SOS ฉุกเฉิน
หากใครที่กดโทรออกฉุกเฉินในมือถือ Android แล้วเห็นตัวเลขขึ้นเป็น 112 ก็ไม่ต้องลบทิ้ง เพราะหากใช้ในประเทศไทยระบบจะโอนสายไปที่ 191 อัตโนมัติ
นำร่อง กทม. พร้อมขยายผลทั่วประเทศ
ปัจจุบัน แม้ว่าโทรศัพท์ Android ทั่วประเทศจะสามารถส่งสัญญาณพิกัดได้แล้ว แต่ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ที่พร้อมรับข้อมูลนี้ยังมีเพียงศูนย์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งรับผิดชอบในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น
โครงการนี้จึงถือเป็นโครงการนำร่องเพื่อประเมินผลและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
ในส่วนของการขยายบริการไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของตำรวจภูธรในการจัดตั้งระบบรับสัญญาณ ซึ่งหากมีเสียงตอบรับที่ดีและเห็นประโยชน์อย่างชัดเจน คาดว่าจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดทั่วประเทศ
แก้ปัญหาโทรป่วน ลดภาระเจ้าหน้าที่
อีกหนึ่งประโยชน์สำคัญของระบบนี้ คือการช่วยจัดการกับปัญหาการโทรศัพท์ก่อกวนสายด่วน 191 ซึ่งในอดีตเคยมีสถิติสูงถึงครึ่งหนึ่งของสายที่โทรเข้าทั้งหมด
การที่ระบบสามารถระบุตำแหน่งของผู้โทรได้ จะทำให้ผู้ที่คิดจะโทรก่อกวนเกิดความเกรงกลัว และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น
ดังกรณีล่าสุดที่มีผู้โทรก่อกวนรายเดียวถึง 187 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งระบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อนาคตสู่ iPhone และเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ
สำหรับผู้ใช้งาน iPhone คาดว่าจะสามารถใช้บริการนี้ได้ในอนาคตอันใกล้ โดยคาดว่าสำนักงาน กสทช. มีแผนจะเริ่มเจรจากับบริษัท Apple เร็วๆ นี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการอัปเดตและเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวต่อไป
ขณะที่ในระยะยาว เทคโนโลยีการระบุตำแหน่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อโครงการ “หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ” ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ ซึ่งจะรวมทุกบริการฉุกเฉินไว้ที่เบอร์ 191 เพียงเบอร์เดียว ทำให้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด การช่วยเหลือจะไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการสื่อสารตำแหน่งที่ผิดพลาด







