เมื่อ “Green AI” คือตัวแปรสำคัญ ปั้นไทยสู่ฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งภูมิภาค

เมื่อ "Green AI" คือตัวแปรสำคัญ ปั้นไทยสู่ฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งภูมิภาค

ปี 2569 จะกลายเป็นปีแห่งการตัดสินว่าประเทศไทยจะสามารถรักษาตำแหน่ง “Digital Gateway” หรือประตูสู่ดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ได้หรือไม่ ท่ามกลางสมรภูมิการชิงชัยเพื่อเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืน (Sustainable Data Centre Hub) ซึ่งกำลังเป็นโอกาสทองที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างจับตามองเช่นกัน

การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของ “ขนาด” การลงทุนที่ใหญ่ยักษ์ระดับ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไปเท่านั้น แต่คำถามที่ท้าทายกว่าคือ เราจะหาพลังงานที่ทั้ง “สะอาด” และ “มั่นคง” มาป้อนความต้องการของ AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างไร?

AI ขุมพลังมหาศาลที่มาพร้อมภาระด้านพลังงาน

ต้องยอมรับว่าเวิร์กโหลดงานของ AI นั้นใช้พลังงานมากกว่าระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายเท่าตัว ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่จึงต้องปรับตัวสู่รูปแบบ High-density Data Centres เพื่อรองรับความหนาแน่นของพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น จากเดิมที่ตู้แร็คทั่วไปใช้ไฟราว 4-5 กิโลวัตต์ แต่สำหรับงาน AI อาจพุ่งสูงเกิน 80 กิโลวัตต์ต่อแร็ค

ขณะที่ไทยตั้งเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2593 ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่เป็น “หัวใจ” ของยุทธศาสตร์ชาติ ข้อมูลระบุว่าภายในสิ้นทศวรรษนี้ ไทยต้องการกำลังไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์สูงถึง 3-5 กิกะวัตต์ ซึ่งนี่คือโอกาสสำคัญในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่ให้เป็น Green AI ตั้งแต่ต้นทาง

นวัตกรรม HVDC: หัวใจของการออกแบบเพื่อความยั่งยืน

STT GDC ได้นำเสนอมุมมองที่เฉียบคมว่า การตัดสินใจเรื่อง “การออกแบบ” (Design) ตั้งแต่วันแรก จะส่งผลต่อการลดคาร์บอนได้ยาวนานถึง 15-20 ปี ล่าสุดได้มีการเปิดตัวศูนย์ทดสอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใช้ระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (High Voltage Direct Current หรือ HVDC) แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 30% และลดพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้ถึง 40% นวัตกรรมนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่จะถูกนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานในไทย

STT Bangkok 1: สะพานเชื่อมไทยสู่มาตรฐานระดับโลก

ในฝั่งของประเทศไทย STT Bangkok 1 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกสำคัญในฐานะดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน NVIDIA DGX-Ready (ซึ่งเป็น 1 ใน 2 แห่งของ STT GDC ทั่วโลก) ตอกย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานในไทยมีความพร้อมรองรับการประมวลผล AI ขั้นสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จุดเด่นของที่นี่คือ “ความยืดหยุ่น” ที่รองรับทั้งระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) และอากาศ (Air-Cooling) ทำให้ธุรกิจสามารถติดตั้งสถาปัตยกรรม AI ที่หลากหลายได้โดยไม่เสียเสถียรภาพหรือทำลายสิ่งแวดล้อม

อธิปไตยทางดิจิทัลและนิเวศ Green AI

การสร้างกระดูกสันหลังทางดิจิทัลที่ประหยัดพลังงาน ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้เหล่านักพัฒนาและธุรกิจไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมขั้นสูง เช่น โมเดลภาษาไทย (ThaiLLM) หรือการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้อย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว การก้าวไปสู่เป้าหมายในปี 2569 คือการพิสูจน์ว่าไทยสามารถสร้าง “อธิปไตยทางดิจิทัล” (Digital Sovereignty) ให้แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการรักษาคำมั่นสัญญาต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสง่างามในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค

ดย บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์  Country Head, บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

นิยามใหม่ของโทรคมนาคม 2026: จากแชทบอทสู่ Agentic AI และโครงข่ายที่ ‘คิด’ เองได้

Scroll to Top