TikTok ในฐานะภาคเอกชนหนึ่งเดียวที่เป็นอนุกรรมการ Soft Power ของประเทศไทย และ Official Media Partner ของงาน SPLASH ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ได้เปิดเวทีเสวนาสำคัญ ตอกย้ำบทบาทในการสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พิสูจน์ให้เห็นว่า “วัฒนธรรม” ไม่ได้เป็นเพียงมรดกตกทอด แต่คือ “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มระดับโลก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม: Soft Power สร้างมูลค่ามหาศาล
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า ในปี 2565 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์สูงถึง 2.52 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 2.53% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และสร้างงานให้กับคนไทยกว่า 900,000 ตำแหน่ง สอดรับกับการเสวนาในหัวข้อ “Socioeconomic Impact of TikTok to Thailand” ที่เผยว่า TikTok ได้สนับสนุนผู้ประกอบการไทยกว่า 1,600 ราย สร้างยอดขายรวมกว่า 130 ล้านบาทภายใน 2 ปี นอกจากนี้ แคมเปญ #คนไทยรู้ทัน ซึ่งให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ ยังมียอดรับชมกว่า 3,400 ล้านครั้ง และมีผู้ร่วมสร้างสรรค์คลิปวิดีโอมากกว่า 2.5 ล้านวิดีโอ ตอกย้ำถึงพลังของแพลตฟอร์มในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
จากวัฒนธรรมสู่โอกาสและการสร้างรายได้: “Shoppertainment” กลไกขับเคลื่อน Soft Power
ชนิดา คล้ายพันธ์, Director of Public Policy for Southeast Asia, TikTok กล่าวเสริมว่า “TikTok เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างแท้จริง ด้วยพันธกิจหลัก Inspire Creativity and Bring Joy ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการค้าผ่านแนวคิด Shoppertainment บน TikTok Shop ทำให้ความเป็นไทยกลายเป็นทั้งเสน่ห์และสร้างรายได้ไปพร้อมกัน”
ชนิดา ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ TikTok Live ในการสร้างโอกาสและรายได้ใหม่ให้กับหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษา เชฟสอนทำอาหารไทย ช่างฝีมือหัตถกรรม ไปจนถึงการยกระดับนาฏศิลป์ไทยจากผู้ชมกลุ่มจำกัดสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกหลายล้านวิว
Creator จากอาเซียนผนึกกำลัง Creator ทีม Thailand ดัน Soft Power ไทย
ภายในงาน SPLASH 2025 TikTok ได้นำครีเอเตอร์ชั้นนำจากทั่วภูมิภาคอาเซียน อาทิ Babykopohome, Thành Tất และ TẠ CÔNG BẰNG จากเวียดนาม, Jacquelyn, fahmi.nm, emilmario, Brenda Ehan, CAN, randferdian, Fadlan Holao และ arrafy.az จากอินโดนีเซีย รวมถึง Sofrie Jasman จากสิงคโปร์ มาร่วมสัมผัสและเรียนรู้ Soft Power ไทยโดยตรง เพื่อสร้างสรรค์ “ทูตวัฒนธรรมใหม่” ที่จะนำเสนอเสน่ห์ไทยกลับสู่ผู้ชมหลายล้านคนในประเทศของตน ส่งเสริม “ความนิยมไทย” ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น
TikTok LIVE: ชุมชนแห่งการเชื่อมต่อไร้พรมแดน สร้างรายได้ยั่งยืน
ชุติกาญจน์ ตันสุธัญลักษณ์, TikTok LIVE Campaign Manager, กล่าวว่า “TikTok LIVE เสริมพลังครีเอเตอร์ไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลได้อย่างยั่งยืน” เธอยกตัวอย่างนักดนตรีที่สร้างรายได้จากการเล่นดนตรีไทยให้ผู้ชมต่างชาติ เชฟที่สร้างผู้ติดตามทั่วโลกผ่านการสาธิตทำอาหาร และผู้สูงอายุที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นพื้นที่พูดคุย สร้างชุมชน และพบปะผู้คนทั่วโลก โดยครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทาง อาทิ Sticker และการ Subscribe จากผู้ติดตาม เพื่อรับชมไลฟ์หรือคอนเทนต์พิเศษ เป็นการทำหน้าที่ “ทูตวัฒนธรรมไทย” อย่างแท้จริง
จากไลฟ์สไตล์ส่วนตัวสู่ Family Content และการสร้างชุมชน
ณัฏฐดนัย วาฤทธิ์ (คุณบอมบ์) เจ้าของช่อง Papa the family คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายครอบครัว เปิดเผยว่า เดิมทีการทำคลิปวิดีโอบน TikTok เป็นเพียงงานอดิเรก แต่ปัจจุบันกลายเป็น Full Time Job สะท้อนให้เห็นว่า “เราเป็นทูตวัฒนธรรม เราสร้างงานเพิ่มสินค้าให้ชุมชน ทุกวิดีโอไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน”
รณกร เฮงคูรุ่งโรจน์ (คุณปัง) เจ้าของช่อง พี่ปัง(รณกร) 🇹🇭💥🎓 ไลฟ์ครีเอเตอร์ ให้ความเห็นว่า “TikTok คือระบบนิเวศที่ไม่เหมือนใคร ที่พร้อมผลักดันให้ทุกคนมีตัวตนและสร้างรายได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง TikTok พาคุณไปพบกับผู้คนที่สนใจในสิ่งที่คุณสร้างสรรค์”
ด้าน ธนาริษฐ์ วรกิจโชติภัทร์ (โปเต้) เจ้าของช่อง ขุนโปเต้💖นักรักมือระนาด อดีตครูดนตรีผู้พลิกบทบาทสู่การเป็น ‘LIVE ครีเอเตอร์’ บน TikTok เปิดเผยว่า “ผมใช้ TikTok และระนาดเอกเป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่และคนไทยในต่างประเทศได้เห็นว่าวัฒนธรรมของเรานั้นมีชีวิตและต่อยอดได้เสมอ นี่คือข้อพิสูจน์เล็ก ๆ ว่าวัฒนธรรมสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้จริง”
วัดความสำเร็จ: เกินกว่าการชมและส่งหัวใจสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลง
การวัดผลกระทบที่แท้จริงของ TikTok อยู่ที่การสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และผู้คน โดยแพลตฟอร์มได้สร้างเส้นทางอาชีพใหม่ และสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นที่มีอยู่มากกว่า 3 ล้านราย
ตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จ ได้แก่:
- การเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์: Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าในปี 2027 ตลาดเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) จะมีมูลค่าสูงถึง 4.8 แสนล้านดอลลาร์ โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำการเติบโตด้วยจำนวน Creator มากที่สุด (ประมาณ 20 ล้านราย) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทุกแบรนด์และธุรกิจไทย
- การขยายธุรกิจ: ธุรกิจท้องถิ่นหลายล้านรายมียอดขายเพิ่มขึ้นและการเข้าถึงระหว่างประเทศ
- การฟื้นฟูการท่องเที่ยว: สถานที่ Micro-Unseen ที่ปรากฏในคอนเทนต์บน TikTok เพิ่มขึ้น กระตุ้นการเดินทางของผู้คน สู่ประสบการณ์ O+O (Online to Offline)
- ส่งผ่านวัฒนธรรมด้วยแนวทางการเล่าเรื่องแบบใหม่: วิดีโอคอนเทนต์ที่ผสมผสานตัวตนของครีเอเตอร์และลูกเล่นบนแพลตฟอร์ม สร้างความน่าสนใจในการนำเสนอและการมองมุมใหม่ที่มีความครีเอทีฟ ปลุกวัฒนธรรมบางอย่างที่เริ่มซบเซาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
- การพัฒนาทักษะ: ผู้ใช้งานและครีเอเตอร์มีความรู้เท่าทันดิจิทัลที่ดีขึ้น เมื่อเรียนรู้การปรับแพลตฟอร์มให้เหมาะสมและการสร้างผู้ชม
อนาคตของ Soft Power และโมเดลที่ยั่งยืนกับ TikTok
TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนทุกคนให้เติบโตไปพร้อมกันบนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสและมิติทางสังคมใหม่ ๆ โดยทำให้ภาษาไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งผ่านคอนเทนต์หรือความคิดสร้างสรรค์ไปยังผู้ชมทั่วโลก
TikTok ยังคงมุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้และทักษะดิจิทัลชุดใหม่สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา ทั้งโครงการกับมูลนิธิ Saturday School ในระดับมัธยมศึกษา และพลเมืองดิจิทัลในระดับอุดมศึกษา ภาครัฐได้เล็งเห็นถึงศักยภาพนี้และผนวกกลยุทธ์ของ TikTok เข้าในแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญ TikTok ยังเป็นภาคเอกชนรายเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ด้านการประชาสัมพันธ์ของประเทศไทย
วัฒนธรรมไทยต้องพัฒนาไปด้วยยุคสมัย
TikTok ช่วยให้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญนำเสนอข้อมูลวัฒนธรรมที่ถูกต้องในรูปแบบที่เข้าใจง่าย วัฒนธรรมต้องเปิดช่องว่างสำหรับการตีความใหม่ด้วยเจตนาดีและยังเคารพรากฐานเดิม TikTok จึงได้นำวิดีโอสอนจาก THACCA ความยาว 30 นาที มาตัดเป็น 2 นาทีที่น่าสนใจ พร้อมลิงก์ไปยังต้นฉบับเพื่อให้ผู้สนใจเรียนรู้ลึกซึ้งต่อไป ตอกย้ำบทบาทของแพลตฟอร์มในการเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยสู่โลกยุคดิจิทัล
–Gartner เตือน: โปรเจกต์ Agentic AI กว่า 40% เสี่ยงถูกยกเลิกภายในปี 2027 ชี้ต้นทุนสูง-คุณค่าไม่ชัดเจน







