ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี กลุ่ม True ได้เลือกใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “Immunity Marketing” หรือการสร้างภูมิคุ้มกันให้แบรนด์ โดยมองว่าในยุค AI ที่ทุกอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่ “จริงใจ” และมี “รากฐานทางความคิด” เท่านั้นที่จะชนะใจผู้บริโภคที่ฉลาดขึ้นได้
ยกระดับจาก “พรีเซนเตอร์” สู่ “World Ambassador”
การที่ True เลือก“โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 คนแรกของประเทศไทยในรอบ 72 ปี ไม่ใช่แค่เพราะความสวย แต่เพื่อเชื่อมโยงภาพลักษณ์ World Class Quality Person เข้ากับ World Class Brand
หากมองคำว่า “World” ในกลยุทธ์นี้ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่หมายถึง Mentality หรือวิธีคิดที่ต้องการยกระดับคนไทยให้เป็นพลเมืองโลก (World Citizen) โดยไม่ต้องไปอยู่ต่างประเทศ
“คำว่า World ไม่ได้มองว่าเป็น Geographic (พื้นที่) แต่มันคือ ‘วิธีคิด’ เราต้องการยกระดับคนไทยให้มอง Beyond ความเป็นไทย” โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าว
โดยการตลาดในครั้งนี้ ทรูเน้นการสร้างภาพลักษณ์ผ่าน “ความหมาย” มากกว่าการขายสินค้าตรงๆ เราจะไม่เห็นโอปอลมาบอกว่า “เน็ต 5G ราคาเท่าไหร่” แต่จะเห็นเธอในฐานะตัวแทนของ Humanity
“ศรัทธาแลกศรัทธา” (Value Match)
การเจรจาดีลนี้ไม่ได้ใช้แค่ตัวเงินเป็นที่ตั้ง แต่ใช้ “ต้นทุนทางสังคม” ของแบรนด์เป็นเครื่องพิสูจน์
สิ่งหนึ่งที่ True ใช้ประกอบกับการเลือก First World Ambassador คือผลงานการเป็นสมาชิก DJSI ต่อเนื่อง และโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคม เช่น ระบบ Smart Early Warning (การใช้ AI บริหารจัดการคนและช้างป่า) เพื่อพิสูจน์ให้องค์กร Miss World เห็นว่า True เป็นแบรนด์ที่มีหัวใจ
เพราะทรูมองว่า แบรนด์ในยุค 2026 ต้องมีความจริงใจ (Authenticity) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เลือกแบรนด์จากคุณค่าที่แบรนด์นั้นมอบให้สังคม
สร้าง Brand Love ในยุค AI
ในวันที่ AI อาจเลียนแบบความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ได้จากข้อมูล แต่ AI ไม่มี “ความรู้สึก” (Feeling) เพราะหลักการการทำงานของ AI คือการเดาคำตอบจากข้อมูลที่มี
เพราะฉะนั้น Immunity Marketing คือการสร้างฐานแฟนที่รักแบรนด์ (Brand Love) เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันเมื่อเกิดวิกฤต
ในขณะที่การตลาดปัจจุบันต้องก้าวข้ามการมองเป็นภาพรวม (Mass) สู่การเข้าถึงความต้องการที่หลากหลาย (Hyper-fragmented) ผ่านการใช้ Data ที่ True มีกว่า 50 ล้านราย เพื่อส่งมอบสารที่ตรงใจแต่ละเซกเมนต์
ก้าวข้ามยอดขาย (Conversion) สู่รากฐานที่ยั่งยืน
โอลิเวอร์ ย้ำว่า หากแบรนด์มุ่งเน้นแต่ยอดขาย (Conversion) เพียงอย่างเดียว เมื่อหยุดใช้เงินแบรนด์ก็จะหายไป แต่การลงทุนใน Immunity Marketing ผ่านแคมเปญโอปอล คือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง (Foundation) ให้แบรนด์เติบโตไปพร้อมกับสังคมและคนไทยอย่างยั่งยืน
–เจาะเทรนด์ Google Trends: คนไทยตื่นตัวเลือกตั้ง 2569 แห่ค้นหา “วิธีเลือกตั้งนอกเขต” พุ่ง 870%







