จากรถเมล์ไฟฟ้าสู่ “Tech Transport”: เจาะกลยุทธ์ TSB พลิกโฉมการเดินทางด้วย DATA และ AI

จากรถเมล์ไฟฟ้าสู่ "Tech Transport": เจาะกลยุทธ์ TSB พลิกโฉมการเดินทางด้วย DATA และ AI

ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ไทย สมายล์ บัส (TSB) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้เดินรถเมล์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุด แต่กำลังเปลี่ยน “วิธีคิด” ในการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชน สู่การเป็นบริษัท “Tech Transport” เต็มตัว โดยมีอาวุธสำคัญคือระบบ Fleet Management ที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ AI เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

วางรากฐานด้วย Data-Driven Management

ตั้งแต่วันที่เริ่มวางแผนกลยุทธ์ Tech Transport ไทย สมายล์ บัส ได้ปรับระบบการทำงานทั้งหมด โดยไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่งมวลชนเท่านั้น แต่กำลังมุ่งสู่การเป็นตัวกลางที่ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผู้คนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะในเซกเมนต์การท่องเที่ยว ซึ่งพบว่าสถิติการใช้บริการรถและเรือโดยสารไฟฟ้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ระบุว่า บริษัททุ่มเทให้กับการสร้างระบบ Fleet Management ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์จัดการรถ แต่เป็นหัวใจหลักในการเก็บข้อมูล (Data) โดยเปลี่ยนจากการคาดการณ์แบบเดิม มาเป็นการใช้ข้อมูลจากระบบการชำระเงิน (Payment) ที่ระบุพิกัดและพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างแม่นยำ

ที่ผ่านมาระบบ Fleet Management ถูกพัฒนาและใช้งานจริงโดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้สามารถปรับเพิ่มความถี่รถในเส้นทางที่มีดีมานด์สูงจากข้อมูลแบบ Real-time ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการใช้มนุษย์ตัดสินใจ และลดปัญหาเรื่องการรอรถนานของผู้โดยสารได้

“โจทย์หลักของเราคือการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ว่า “ลูกค้าคือใคร” เพื่อวางแผน Demand และพฤติกรรมในแต่ละช่วงเวลาให้แม่นยำ เนื่องจากแต่ละเส้นทางมีพฤติกรรมผู้โดยสารต่างกันอย่างสิ้นเชิง การใช้เทคโนโลยีจึงช่วยให้เข้าใจความซับซ้อนที่มนุษย์ไม่สามารถจดจำได้ทั้งหมด” วรวิทย์ กล่าว

จากรถเมล์ไฟฟ้าสู่ "Tech Transport": เจาะกลยุทธ์ TSB พลิกโฉมการเดินทางด้วย DATA และ AI

จากเส้นทางเดินรถ สู่ “New S-Curve”

ความน่าสนใจในเฟสถัดไปของ ไทย สมายล์ บัส คือการมองหา “New S-Curve” จากฐานข้อมูลที่มีในมือ โดยทางบริษัทมีแผนจะต่อยอด Data เหล่านี้เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจและบริการอื่นๆ นอกเหนือจากการขนส่งมวลชน โดยการใช้พิกัดจากการชำระเงินมาวิเคราะห์จุดขึ้น-ลงรถ ทำให้เห็นความถี่และช่วงเวลาการเดินทางของรายบุคคลได้ชัดเจน

ต่อมาคือพัฒนาแอปพลิเคชันและบัตร Hop Card ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ “Seamless” โดยใช้ Data มาวิเคราะห์ความชื่นชอบของลูกค้า เช่น หากพบว่าผู้โดยสารกลุ่มใหญ่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าบางประเภทหลังลงรถ บริษัทจะสามารถนำเสนอโปรโมชันหรือบริการที่เชื่อมโยงกับพาร์ทเนอร์ในบริเวณนั้นได้ทันที รวมถึงการพัฒนา Payment Gateway ให้รองรับทั้ง QR Code และระบบอื่นๆ นอกเหนือจากบัตร Hop Card เพื่อสร้างความสะดวกสูงสุด

สำหรับการพัฒนาแอปฯ TSB Go บริษัทตั้งเป้าว่าจะต้องคาดการณ์เวลาเข้าจอด “รถ-เรือ” ได้แม่นยำ และช่วยวางแผนการเดินทางของผู้คนได้แบบไร้รอยต่อ

“การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลช่วยให้บริษัทเติบโตได้โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานตามปริมาณงานที่ซับซ้อนขึ้น” วรวิทย์ กล่าว

จากรถเมล์ไฟฟ้าสู่ "Tech Transport": เจาะกลยุทธ์ TSB พลิกโฉมการเดินทางด้วย DATA และ AI

เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์จากข้อมูล

นอกเหนือจากการขยายธุรกิจ ความน่าสนใจของข้อมูลยังช่วยทำให้บริษัทได้เห็นโอกาสในการขยายเซกเมนต์ไปตอบโจทย์นักท่องเที่ยว โดยการปรับโฉมการเดินเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาจากการเป็นเพียงพาหนะรับ-ส่ง ให้เป็นตัวสร้าง “ประสบการณ์ท่องเที่ยว” ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งาน 2 กลุ่มหลัก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนและชมทัศนียภาพ

“เราได้ปรับรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรม เช่น การรองรับนักท่องเที่ยวแบบเดินทางคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก พร้อมแก้ปัญหาเรื่องการลงทะเบียนบัตรด้วยระบบ QR Day Pass ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าถึงบริการรถบัสและเรือได้อย่างสะดวกสบายเพียงการสแกนครั้งเดียว โดยปัจจุบันมีชาวมาเลเซียใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ตามด้วยเกาหลี และอินเดีย” วรวิทย์ กล่าว

วรวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสูงสุดของ TSB ในปีนี้กับการเป็น Tech Transport คือการทำให้ “Service Quality” หรือคุณภาพการบริการเป็นไปตามที่ผู้โดยสารคาดหวัง ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เพื่อลบภาพจำเดิมๆ ของการขนส่งมวลชน และสร้างมาตรฐานใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง

ส่องความพร้อมไทยสู่ยุค “Agentic AI” เมื่อ AI คิดเองได้ โครงสร้างพื้นฐานต้องแกร่งกว่าแค่ GPU

Scroll to Top