กรุงศรี ออโต้ แนะ 5 ข้อควรรู้ เลือกหมวกกันน็อกเด็ก ปลอดภัยไว้ก่อน

กรุงศรี ออโต้ แนะ 5 ข้อควรรู้ เลือกหมวกกันน็อกเด็ก ปลอดภัยไว้ก่อน

ในยุคที่ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ รถจักรยานยนต์กลายเป็นยานพาหนะคู่ใจของหลายครอบครัวไทย ด้วยความคล่องตัวและสะดวกสบาย แต่ความสะดวกนี้อาจมีอันตรายแฝงอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กน้อยซ้อนท้ายโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม “กรุงศรี ออโต้” เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “LET’sponsible” ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมแนะวิธีเลือกหมวกกันน็อกเด็กที่ถูกต้อง เพื่อลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

โครงการ LET’sponsible มุ่งหวังให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกกันน็อกให้บุตรหลาน และสร้างพฤติกรรมการสวมใส่ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพสูงสุด กรุงศรี ออโต้ ได้แนะนำ 5 เกณฑ์สำคัญในการเลือกซื้อหมวกกันน็อกสำหรับเด็ก ดังนี้

5 เกณฑ์ทอง เลือกหมวกกันน็อกเด็กอย่างไรให้ปลอดภัย เซฟชีวิตลูกหลาน:

  1. ขนาดต้องเป๊ะ! กระชับรับศีรษะ: หมวกนิรภัยที่พอดีกับศีรษะสามารถช่วยลดโอกาสบาดเจ็บที่ศีรษะและสมองได้ถึง 69% และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 39% ผู้ปกครองควรวัดขนาดรอบศีรษะของเด็กในส่วนที่กว้างที่สุด บริเวณเหนือคิ้วประมาณ 1 นิ้ว (2.5 เซนติเมตร) หากรอบศีรษะที่วัดได้อยู่ระหว่างหมวกกันน็อก 2 ขนาด ควรเลือกหมวกที่มีขนาดเล็กกว่าเพื่อความกระชับ และตรวจสอบอีกครั้งว่าไม่มีช่องว่างระหว่างหน้าผากกับหมวกที่สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ เมื่อเขย่าศีรษะเบาๆ หมวกไม่ควรขยับมากเกินไปหรือทำให้รู้สึกบีบรัดจนอึดอัด
  2. สายรัดคางแน่นหนา มั่นใจทุกเส้นทาง: แม้หมวกกันน็อกจะพอดีกับศีรษะ แต่หากไม่มีสายรัดคาง หรือสายรัดไม่แน่นพอดี ก็อาจทำให้หมวกกันน็อกหลุดออกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ปกครองควรตรวจสอบว่าสายรัดแน่นพอดี ไม่หลวมจนหมวกขยับได้ และไม่แน่นจนเกินไป โดยมีระยะห่างระหว่างคางกับสายรัดไม่เกิน 1-2 นิ้วมือ เพื่อความสบายและปลอดภัย นอกจากนี้ สายรัดคางอาจคลายตัวหลังการใช้งาน ผู้ปกครองควรเช็กให้แน่ใจก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
  3. เบา สบาย ดีไซน์ใช่ เด็กอยากใส่: เด็กจำนวนมากไม่ยอมสวมหมวกกันน็อก เพราะรู้สึกอึดอัดหรือหมวกมีน้ำหนักมากเกินไป การเลือกหมวกที่ระบายอากาศดีและน้ำหนักเบาจึงเป็นสิ่งสำคัญ หมวกกันน็อกควรมีช่องระบายหลายจุด เช่น ด้านบนและด้านหลัง เพื่อลดความร้อนและเหงื่อสะสม อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เด็กเต็มใจสวมใส่คือ ให้พวกเขามีส่วนร่วมในการเลือกหมวก โดยเลือกแบบที่มีสีสันสดใส หรือลวดลายที่เด็กชื่นชอบ
  4. มองหามาตรฐาน อุ่นใจเรื่องคุณภาพ: หมวกกันน็อกที่ดีควรผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น มอก. ซึ่งควบคุมโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือ ECE R22.05 (ยุโรป) ที่ทดสอบแรงกระแทก และการดูดซับแรงสะเทือน
  5. หมวกมีอายุ ถึงเวลาต้องเปลี่ยน: หมวกกันน็อกมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3-5 ปี หลังจากนั้นวัสดุอาจเสื่อมสภาพ อีกทั้งหากหมวกผ่านการกระแทกอย่างรุนแรง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะโครงสร้างด้านในอาจเสียหายแม้ภายนอกจะไม่เห็นรอยแตก สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองควรหมั่นเช็กขนาดของหมวกทุก 6-12 เดือน หากหมวกกันน็อกเริ่มคับหรือเด็กบ่นว่าอึดอัด ควรเปลี่ยนขนาดให้เหมาะสม และที่สำคัญ ห้ามใช้หมวกกันน็อกมือสอง เพราะอาจมีรอยร้าวหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งานก่อนหน้า ทำให้ความสามารถในการป้องกันลดลง

ข้อมูลน่ารู้เสริมความปลอดภัย: กรุงศรี ออโต้ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจว่า เด็กที่นั่งซ้อนท้ายด้านหน้าของผู้ปกครอง มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ศีรษะ/ใบหน้ามากกว่าเด็กที่นั่งด้านหลังถึง 2 เท่า นอกจากนี้ หมวกกันน็อกยังสามารถลดการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ถึง 72% และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึง 39% ที่สำคัญ อุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วเพียง 48 กม./ชม. เปรียบเสมือนการตกจากอาคาร 3 ชั้น เลยทีเดียว

การสวมหมวกกันน็อกให้เด็กทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพื่อปกป้องชีวิตและอนาคตของพวกเขา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ LET’sponsible กับกรุงศรี ออโต้ สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนและส่งต่อความรับผิดชอบให้กับสังคมไทยไปด้วยกัน สามารถรับชมวิดีโอเพิ่มเติมภายใต้โครงการฯ ได้ที่ https://www.youtube.com/playlist?list=PLoHwRneB14si4gq3_z1T8D2tnV-YFqj8u

สถาบันยานยนต์ ผนึก อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัด Automotive Summit 2025 ชี้อนาคต-โอกาสลงทุนยุค AI ครองเมือง

Scroll to Top