หน้าฝนนี้รถ EV พร้อมแค่ไหน? เช็กลิสต์ 5 ประกันที่รถยนต์ไฟฟ้าควรมี

หน้าฝนนี้รถ EV พร้อมแค่ไหน? เช็กลิสต์ 5 ประกันที่รถยนต์ไฟฟ้าควรมี

เมื่อกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อรถในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องประกันภัยมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการซ่อมบำรุงที่สูงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มาพร้อมกับน้ำท่วมฉับพลันและถนนลื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของรถ EV ได้โดยตรง

นิโคลาส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทรู้ใจ เปิดเผยว่า “การขับขี่ที่ชาญฉลาดต้องเริ่มต้นด้วยการคุ้มครองที่ชาญฉลาดเช่นกัน” โดยชี้ให้เห็นว่าประกันภัยยุคใหม่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อตอบรับความต้องการนี้ บริษัทรู้ใจประกันภัยได้สรุป 5 จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าที่เจ้าของรถควรพิจารณาเพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

1. คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

รถ EV มีระบบเซ็นเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน การขับขี่ในฤดูฝนที่มีน้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อระบบเหล่านี้ได้โดยตรง ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 จึงควรครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เช่น บริการเปลี่ยนยางฉุกเฉิน ลากรถฟรีไปยังอู่ซ่อมหรือจุดชาร์จที่ได้รับรอง และซ่อมแซมเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ

2. คุ้มครองเครื่องชาร์จติดผนัง (Wall Charger)

เนื่องจากสถานีชาร์จสาธารณะยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง เจ้าของรถ EV จำนวนมากจึงเลือกติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ซึ่งมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท รวมถึงค่าติดตั้ง ประกันภัยจึงควรมีบริการเสริมที่คุ้มครองความเสียหายของ Wall Charger ในขณะที่กำลังชาร์จรถยนต์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน

3. คุ้มครองแบตเตอรี่สูงสุด 100%

แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดของรถ EV การซ่อมหรือเปลี่ยนเมื่อเกิดอุบัติเหตุอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ประกันภัยที่ดีควรคุ้มครองการเปลี่ยนแบตเตอรี่สูงสุด 100% สำหรับรถที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี และลดหลั่นลงตามอายุรถ โดยความคุ้มครองต้องครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม พร้อมศูนย์ซ่อมมาตรฐานที่เชี่ยวชาญ

4. รับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน

การซ่อมรถ EV ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์เฉพาะทาง การเลือกประกันภัยที่ครอบคลุมการซ่อมโดยศูนย์ซ่อมในเครือที่มีคุณภาพ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถจะได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี พร้อมรับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยหลังการซ่อม

5. ประสบการณ์ประกันภัยดิจิทัลที่ใช้งานง่าย

ในยุคดิจิทัล การเลือกบริษัทประกันภัยที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อ เปรียบเทียบ และปรับแต่งความคุ้มครองได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการแจ้งเคลมผ่านฟีเจอร์ VDO Claim ที่ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ถึงที่เกิดเหตุ

นิโคลาส ย้ำว่า “อนาคตของประกันภัยไม่ใช่แค่เรื่องของการคุ้มครอง แต่คือการป้องกัน” บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเป็นรากฐานสำหรับประกันภัยยุคใหม่ในประเทศไทย

การใช้รถ EV จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนวัตกรรมยานยนต์ แต่ยังต้องควบคู่ไปกับการวางแผนการคุ้มครองที่รอบด้าน เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

SHARGE ยอดผู้ใช้สถานีชาร์จ EV พุ่ง 4 เท่าตัว รุกชาร์จข้ามค่ายในแอปเดียว ขยายรถเชิงพาณิชย์รับเทรนด์อนาคต

Scroll to Top