ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 รุกหนักตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เตรียมปรับโฉมแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ดีไซน์ล่าสุด พร้อมยืนหยัดตรึงราคารถทุกรุ่นจนถึงเมษายนนี้ แม้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะเริ่มบังคับใช้
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่ 76,000 คัน จากคาดการณ์ยอดขายรวมของตลาดรถยนต์ไทยที่ 630,000 คัน โดยในปีนี้ฮอนด้ามุ่งเน้นกลยุทธ์การยกระดับแบรนด์และการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ดังนี้
1. ยุคใหม่ของฮอนด้ากับ “H mark” และการเล่าเรื่องราวแบรนด์ ฮอนด้าเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยการใช้โลโก้ “H mark” ดีไซน์ล่าสุดอย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและมีพลัง โดยจะเริ่มปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) รุ่นหลัก รวมถึงการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอด “Honda Brand Story” เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และส่งต่อคุณค่าของแบรนด์สู่ลูกค้าอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
2. รุกตลาด xEV เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่น ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) 100% โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเฝ้ารอคอยและรุ่นที่ไม่เคยทำตลาดในไทยมาก่อนเข้ามาเปิดตัว ซึ่งรวมถึงการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของครอบครัวยุคใหม่
3. นวัตกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift และระบบความปลอดภัยขั้นสูง นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการขาย เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่เหนือระดับ
หมัดเด็ด “ตรึงราคา” สู้ภาษีใหม่
เพื่อขอบคุณความเชื่อมั่นของลูกค้า ฮอนด้ายืนยัน “ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่าย” รถยนต์ทุกรุ่นจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ก็ตาม พร้อมส่งแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” มอบสิทธิประโยชน์สูงสุด 85,000 บาท หรือดอกเบี้ย 0% สำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 6 เมษายน 2569 นี้
สรุปผลงานปี 2568 ครองแชมป์ 3 เซกเมนต์หลัก
ในปีที่ผ่านมา ฮอนด้ายังคงรักษาความแข็งแกร่งด้วยยอดจำหน่ายสะสม 74,044 คัน ครองอันดับ 2 ในตลาดรถยนต์นั่ง (ส่วนแบ่ง 18%) และมียอดขายกลุ่ม xEV สูงถึง 55,495 คัน โดยสามารถคว้าอันดับ 1 ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ City Hatchback (กลุ่ม B-ECO & B-Hatchback), Civic (กลุ่ม Compact Car) และ HR-V e:HEV (กลุ่ม M-SUV)
สำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่กำลังจะถึงนี้ ฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ในประเทศไทยต่อไป
–ITALJET ปักหมุดไทยฐานผลิตใหญ่แห่งที่ 3 ของโลก ส่งสกูตเตอร์งานศิลปะบุกตลาดพรีเมียมเอเชีย







