เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์ช็อกตลาดรถยนต์ลักชัวรี ปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายรถยนต์ใหม่ครอบคลุม 11 รุ่นยอดนิยม ทั้งกลุ่มซีดาน เอสยูวี และตัวแรงตระกูล AMG โดยรุ่นใหญ่สุดอย่าง GLS ปรับลดลงกว่า 1 ล้านบาท มุ่งสร้างมาตรฐานราคาใหม่ที่เข้าถึงง่ายขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายรถยนต์ครั้งใหญ่ (Price Restructuring) เพื่อตอบรับสภาวะตลาดและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยการปรับลดราคาครั้งนี้มีผลครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรถยนต์ระดับไฮเอนด์และรถยนต์สมรรถนะสูง
ไฮไลต์สำคัญ: GLS 450 d ลดแรงทะลุ 1 ล้านบาท
การปรับราคาที่สร้างเสียงฮือฮาที่สุดคือรุ่น GLS 450 d 4MATIC ที่ปรับลดราคาลงถึง 1,030,000 บาท จากราคาเดิม 6.98 ล้านบาท เหลือเพียง 5.95 ล้านบาท ขณะที่กลุ่ม SUV ยอดนิยมอย่าง GLC 350 e 4MATIC plug-in hybrid ก็ปรับลดลงเกือบ 5 แสนบาท เหลือเพียง 3.69 ล้านบาท
เจาะรายละเอียดการปรับราคาใหม่ 11 รุ่น (หน่วย: บาท):
กลุ่มรถยนต์ซีดาน (C-Class & E-Class):
- C 220 d: ราคาใหม่ 2,690,000 (ลดลง 190,000)
- C 350 e Plug-in Hybrid: ราคาใหม่ 2,890,000 (ลดลง 100,000)
- E 220 d: ราคาใหม่ 3,490,000 (ลดลง 440,000)
- E 350 e Plug-in Hybrid: ราคาใหม่ 3,690,000 (ลดลง 390,000)
กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV):
- GLC 220 d 4MATIC: ราคาใหม่ 3,490,000 (ลดลง 230,000)
- GLC 350 e 4MATIC Plug-in Hybrid: ราคาใหม่ 3,690,000 (ลดลง 490,000)
- GLC 350 e 4MATIC Coupe Plug-in Hybrid: ราคาใหม่ 3,990,000 (ลดลง 350,000)
- GLE 300 d 4MATIC: ราคาใหม่ 4,950,000 (ลดลง 640,000)
- GLS 450 d 4MATIC: ราคาใหม่ 5,950,000 (ลดลง 1,030,000)
กลุ่มสมรรถนะสูง (Mercedes-AMG):
- AMG CLE 53 4MATIC+ Coupe: ราคาใหม่ 4,950,000 (ลดลง 300,000)
- AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+: ราคาใหม่ 5,590,000 (ลดลง 260,000)
การขยับตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทย และดึงดูดลูกค้าที่กำลังมองหาความคุ้มค่าในระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยโครงสร้างราคาใหม่นี้เริ่มต้นมีผลบังคับใช้แล้วผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ






