“สารัช มาร์เก็ตติ้ง“ ผู้นำธุรกิจมะขามแปรรูปรายแรกจากเพชรบูรณ์ ประกาศแผนรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี! เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคทุกเจนเนอเรชั่น ผ่านผลิตภัณฑ์จาก “มะขาม GI เพชรบูรณ์” เตรียมเปิดตัวสินค้าสุดเซอร์ไพรส์ พร้อมตอกย้ำความอร่อยของ “มะขามจี๊ดจ๊าด” ต้นตำรับยอดนิยมที่มีให้เลือกกว่า 10 รสชาติ รุกทุกช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เล็งเจาะตลาดต่างประเทศ ดันมะขามไทยสู่เวทีโลก
สารัช กมลธรไท กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “มะขามหวานเพชรบูรณ์” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ “มะขามสารัช” เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตมะขามแปรรูปรายแรกของหล่มเก่า ที่สร้างสรรค์ความหลากหลายของรสชาติอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเติบโตได้ถึง 10-20% ต่อปี ด้วยกำลังการผลิตกว่า 7 ล้านชิ้น โดยมียอดขายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20%
ปัจจุบัน สารัช มาร์เก็ตติ้ง มี 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ “สารัช” (SARACH TAMARIND), “Alisa”, “ASHIRA SAN” และ “SARACH GOLD” สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มาแล้วกว่า 30 รสชาติ 100 SKU โดยมีสินค้าขายดีอย่าง มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุก และมะขามแก้ว ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพจากเพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน GI

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต สารัช มุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับมะขามเพชรบูรณ์ในระดับโลก โดยมีกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งลงทุนด้านการตลาดเพื่อรีเฟรชแบรนด์ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการ ที่จะสร้างประสบการณ์การทานมะขามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ ยังคงให้ความสำคัญกับการตอกย้ำความเป็นต้นตำรับ “มะขามจี๊ดจ๊าด” ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ในส่วนของการตลาดต่างประเทศ ปัจจุบัน สารัช ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง ออสเตรเลีย เวียดนาม สิงคโปร์ อเมริกา และกลุ่มประเทศ EU พร้อมทั้งรับผลิตสินค้า OEM ให้กับผู้ที่สนใจ โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 30%
นอกจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจแล้ว สารัช ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในชุมชน โดยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคายุติธรรม ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และผลักดันให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI ซึ่งเป็นการสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในชุมชนอีกด้วย
สารัช เชื่อมั่นว่า ด้วยความเป็นต้นตำรับ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง การเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง และการทำงานร่วมกับชุมชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาธุรกิจมะขามแปรรูปของไทยก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคง



