เปิดเกมธุรกิจครีเอเตอร์ยุค AI “โบว์ กัญญารัตน์–บาส Go Went Go” ชี้ยอดวิวไม่พอ ต้องสร้างแบรนด์และกระจายความเสี่ยง

โบว์–บาส Go Went Go เปิดอนาคตธุรกิจครีเอเตอร์ยุค AI

สองครีเอเตอร์ไทยเปิดมุมมองอนาคต Creator Economy หลังเวที TikTok Awards Thailand 2026 “โบว์ กัญญารัตน์” เร่งต่อยอดฐานแฟนคลับสู่ธุรกิจอาหาร ลดการพึ่งพาสปอนเซอร์ ขณะที่ “บาส Go Went Go” ชี้ AI กำลังลดต้นทุนการผลิต แต่เพิ่มการแข่งขันระดับโลก พร้อมย้ำ Personal Branding และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์คือหัวใจการอยู่รอด

ธุรกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการสร้างยอดวิวและผู้ติดตามจำนวนมากอาจไม่เพียงพอที่จะรับประกันรายได้ในระยะยาวอีกต่อไป ท่ามกลางการแข่งขันจากครีเอเตอร์หน้าใหม่ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณา รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ทำให้การผลิตคอนเทนต์ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีต้นทุนบางส่วนลดลง

มุมมองดังกล่าวสะท้อนผ่านบทสัมภาษณ์ของ โบว์-กัญญารัตน์ ปิยะนันทสมดี เจ้าของช่อง Bow Kanyarat ผู้ได้รับรางวัล Creator of the Year จากเวที TikTok Awards Thailand 2026 และ บาส–ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ เจ้าของช่องท่องเที่ยว Go Went Go ซึ่งต่างมองว่าอุตสาหกรรมครีเอเตอร์กำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องบริหารจัดการอย่างมืออาชีพมากขึ้น

แม้ทั้งสองจะมีแนวทางสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างกัน แต่มีจุดร่วมสำคัญคือการมองอาชีพครีเอเตอร์ในฐานะธุรกิจที่ต้องวางแผนรายได้ บริหารต้นทุน พัฒนาทีมงาน และเตรียมรับมือความไม่แน่นอนของแพลตฟอร์มดิจิทัล

“โบว์ กัญญารัตน์” จากยอดวิวสู่ธุรกิจจริง รับความไม่แน่นอนของรายได้ครีเอเตอร์

โบว์-กัญญารัตน์ ปิยะนันทสมดี เปิดเผยว่า หลังจากทำงานในวงการคอนเทนต์มาหลายปี ปัจจุบันเธอไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะยอด Engagement เหมือนที่ผ่านมา แต่เริ่มวางทิศทางใหม่ด้วยการขยายธุรกิจและสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อให้การทำคอนเทนต์และธุรกิจสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เหตุผลสำคัญมาจากการมองเห็นความไม่แน่นอนของอาชีพครีเอเตอร์ โดยเฉพาะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการที่แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มพัฒนาช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยตัวเอง

โบว์ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของตลาดสปอนเซอร์ว่า ในอดีตการทำคลิปยาวบน YouTube สามารถสร้างรายได้จากงานสนับสนุนจำนวนมาก แต่ปัจจุบันงานสปอนเซอร์ในคอนเทนต์ประเภทดังกล่าวลดลง โดยเธอระบุว่าเหลือประมาณ 1–2 งานต่อเดือน ขณะที่ความสนใจของผู้ลงโฆษณาเคลื่อนเข้าสู่คอนเทนต์สั้นมากขึ้น

“ตอนนี้แบรนด์หลาย ๆ แบรนด์มีช่องทางของตัวเอง แล้วไม่ได้จำเป็นที่จะต้องง้อครีเอเตอร์ขนาดนั้น”

เธอมองว่าอาชีพครีเอเตอร์เป็นอาชีพที่ความนิยมสามารถเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องเตรียมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจตั้งแต่ยังมีโอกาส

เปิดธุรกิจแหนมคอหมูย่าง ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตจาก 400 เป็น 1,000 ถุงต่อวัน

หนึ่งในแผนธุรกิจที่โบว์เริ่มลงมือทำแล้ว คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของตัวเอง โดยเริ่มจากแหนมคอหมูย่าง ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถจัดส่งถึงผู้บริโภคได้ แทนการลงทุนเปิดร้านอาหารเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น

โบว์เล่าว่าใช้เวลาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ R&D ประมาณหนึ่งปี เพราะไม่ต้องการให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าเพียงเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ของอินฟลูเอนเซอร์ แต่ต้องการให้คุณภาพสินค้าเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

สำหรับกำลังการผลิตปัจจุบัน เธอระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 400 ถุงต่อวัน ซึ่งตามข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์สามารถจำหน่ายหมดภายในครึ่งวัน จึงกำลังขยายสถานที่ผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,000 ถุงต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 150%

ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องการขอเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยช่องทางที่เธอระบุว่าใช้อยู่ในช่วงสัมภาษณ์ ได้แก่ LINE MAN และระบบรับคำสั่งซื้อผ่าน Facebook

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีรายได้จากการรับงานโฆษณา ไปสู่การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฐานผู้ติดตามและความน่าเชื่อถือของตนเองสนับสนุนการทำตลาด

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของธุรกิจในระยะยาวยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ กำลังผลิต การจัดส่ง การควบคุมคุณภาพ และความสามารถในการขยายตลาดออกไปนอกฐานแฟนคลับเดิม

บริหาร 5 ช่องคอนเทนต์ ยอดตกต้องประชุม วิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้าน

ในด้านการบริหารธุรกิจคอนเทนต์ โบว์เปิดเผยว่าปัจจุบันดูแลช่องคอนเทนต์ประมาณ 5 ช่อง โดยมีทั้งช่องหลักและช่องที่นำเสนอเนื้อหาเบื้องหลังหรือชีวิตประจำวันในรูปแบบที่แตกต่างกัน

การขยายจำนวนช่องทำให้ไม่สามารถพึ่งพาความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป จึงต้องให้ทีมงานเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการคิดคอนเทนต์ การวิเคราะห์สถิติ และการกำหนดแนวทางของแต่ละช่อง

เธอยอมรับว่าแม้ต้องการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า แต่ยอดรับชมยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญ เพราะธุรกิจมีทีมงานและค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ

หากยอดรับชมลดลง ทีมงานจะนำข้อมูลหลังบ้านมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อพิจารณาว่าคอนเทนต์ประเภทใดมีผลตอบรับดี ประเภทใดไม่สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ตามเป้าหมาย และจะนำผลงานที่ประสบความสำเร็จไปพัฒนาต่ออย่างไร

อย่างไรก็ตาม โบว์ยอมรับว่าการผลิตคอนเทนต์ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะบางครั้งคลิปที่ใช้งบประมาณสูงและมีการวางแผนอย่างละเอียดกลับไม่ได้รับความนิยม ขณะที่คลิปธรรมชาติซึ่งแทบไม่มีต้นทุนการผลิตสามารถสร้างยอดรับชมระดับ 10 ล้านวิวได้

“บาส Go Went Go” เตือน AI เปิดสนามแข่งขันครีเอเตอร์ทั่วโลก

ด้าน บาส–ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ เจ้าของช่อง Go Went Go มองว่า การเข้ามาของ AI จะทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมครีเอเตอร์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแปลภาษาและแปลงเสียง ซึ่งมีแนวโน้มลดข้อจำกัดด้านภาษาในการเข้าถึงผู้ชมต่างประเทศ

ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มใช้ AI ช่วยแปลข้อความ คำบรรยาย และเสียงพูด ทำให้คอนเทนต์หนึ่งชิ้นมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมหลายภาษาได้มากขึ้น

บาสมองว่า หากเทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาไปจนสามารถแปลภาษาและเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ การแข่งขันจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะครีเอเตอร์ภายในประเทศอีกต่อไป

“คุณจะไม่ได้แข่งกับครีเอเตอร์แค่ในประเทศไทย แต่คุณกำลังแข่งกับครีเอเตอร์ทั่วโลก”

เขามองว่าสถานการณ์นี้เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง เพราะครีเอเตอร์ไทยสามารถขยายฐานผู้ชมไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องแข่งขันกับผลงานจากทั่วโลกมากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บาสเชื่อว่าคอนเทนต์ที่มีบริบทเฉพาะทางวัฒนธรรม เช่น มุกตลกหรือรูปแบบการสื่อสารที่คนไทยเข้าใจร่วมกัน ยังมีจุดแข็งที่แตกต่างจากคอนเทนต์ต่างชาติ

ส่วนคอนเทนต์ประเภทความรู้ ความบันเทิง ภาพสวยงาม และการเล่าเรื่อง จะเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงผู้ชมข้ามภาษาได้มากกว่าเดิม

AI ลดต้นทุนงานผลิต แต่ต้นทุนความคิดสร้างสรรค์จะสูงขึ้น

อีกประเด็นที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์ของบาส คือมุมมองเรื่องต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ในยุค AI

เขาอธิบายว่า เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยของงานผลิตหลายประเภท ทั้งอุปกรณ์ โปรแกรมตัดต่อ การสร้างคำบรรยาย และการพากย์เสียง

ตัวอย่างเช่น ระบบสร้างคำบรรยายอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้เป็นส่วนใหญ่ โดยเหลือเพียงการตรวจสอบความถูกต้องจากมนุษย์ ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เดิมต้องใช้คนทำด้วยตนเอง

แต่ในทางกลับกัน บาสมองว่าต้นทุนของบุคลากรที่มีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์อาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะเมื่อเครื่องมือผลิตคอนเทนต์เข้าถึงได้ง่าย ความแตกต่างของผลงานจะยิ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของแนวคิด

“ต้นทุนที่ควรลงทุนน่ะคือลงทุนกับสิ่งที่มนุษย์คิดได้”

สำหรับการใช้งานจริง บาสระบุว่าเขานำ AI มาช่วยสร้างภาพตัวอย่างจากจินตนาการ เพื่อใช้สื่อสารกับทีมกราฟิกให้เข้าใจแนวทางงานได้ชัดเจนขึ้น ลดเวลาในการอธิบายและแก้ไขงาน แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบโดยมนุษย์

มุมมองนี้สอดคล้องกับโบว์ที่ใช้ AI ช่วยร่างแนวคิดและเตรียมงาน แต่ไม่ได้ต้องการให้ AI เข้ามาทดแทนความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมด เพราะมองว่างานที่สร้างโดยมนุษย์ยังมีมิติด้านอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

รายได้ครีเอเตอร์อาจไม่โตตามจำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์

บาสยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้แพลตฟอร์มจะเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่จำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้การแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย

เนื่องจากอาชีพนี้มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดค่อนข้างต่ำ ผู้คนจำนวนมากสามารถเริ่มผลิตและเผยแพร่ผลงานได้ด้วยตัวเอง ทำให้จำนวนผู้แข่งขันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เขาประเมินว่ารายได้ของครีเอเตอร์อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ผลิต และมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่กับผู้ที่สามารถรักษาคุณภาพและความเป็นมืออาชีพได้มากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมองว่าแพลตฟอร์มอาจปรับเงื่อนไขการสร้างรายได้ให้เข้มงวดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของบาส ไม่ใช่นโยบายที่ได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม

Personal Branding จุดแข็งที่ AI เลียนแบบได้ยาก

เมื่อเครื่องมือผลิตภาพ วิดีโอ และเสียงมีประสิทธิภาพมากขึ้น บาสมองว่าความสามารถทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความแตกต่าง

สิ่งที่ยังมีความสำคัญคือ Personal Branding หรือการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ผลิตคอนเทนต์

เขาอธิบายว่า แม้ครีเอเตอร์สองคนจะเล่าเรื่องเดียวกัน แต่บุคลิก วิธีคิด และวิธีถ่ายทอดสามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างให้กับผู้ชมได้

“เพอร์ซันนอลแบรนดิ้งมันเป็นเรื่องที่ก็อปปี้กันยาก”

บาสจึงมองว่าการค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองและสร้างฐานผู้ชมที่ชื่นชอบเอกลักษณ์นั้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน เขายังให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงผ่านการผลิตคอนเทนต์หลายแพลตฟอร์ม โดย Go Went Go ยังคงให้ความสำคัญกับวิดีโอขนาดยาวควบคู่กับการขยายสู่คอนเทนต์สั้น

เหตุผลคือไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าพฤติกรรมผู้ชมและความนิยมของแต่ละแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

ครีเอเตอร์ไม่ใช่อาชีพคนเดียว ทีมงานคือโครงสร้างสำคัญ

บาสระบุว่า การผลิตคอนเทนต์ของ Go Went Go ไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงคนเดียว แต่เป็นผลจากทีมงานขนาดใหญ่ที่ร่วมกันพัฒนาผลงาน

เขามองว่ารางวัลที่ได้รับเป็นส่วนหนึ่งของการยอมรับความพยายามและคุณภาพการทำงานของทีม มากกว่าจะเป็นเครื่องตัดสินคุณภาพของครีเอเตอร์ทั้งหมด

การลงทุนด้านทีมงานจึงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อต้องผลิตผลงานที่มีความซับซ้อนและรักษามาตรฐานคุณภาพให้สูงขึ้น

ในมุมของโบว์ การมีทีมงานยังช่วยลดข้อจำกัดด้านความคิดสร้างสรรค์จากการพึ่งพาคนเพียงคนเดียว รวมถึงเปิดโอกาสให้บุคลากรรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาธุรกิจ

TikTok ส่ง 11 ครีเอเตอร์ไทยชิงรางวัลระดับอาเซียน 27 พฤศจิกายนนี้

ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น TikTok ประกาศรายชื่อครีเอเตอร์ไทย 11 คนที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากการเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตระหว่างวันที่ 12–26 ตุลาคม 2569 โดยมียอดโหวตรวมมากกว่า 5.4 ล้านโหวต

ตัวแทนไทยเตรียมเข้าร่วมงาน TikTok Awards Southeast Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้แนวคิด “The Ones Who Spark It”

การแข่งขันครั้งนี้จะมีครีเอเตอร์จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยคณะกรรมการระดับภูมิภาคประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก ASEAN Secretariat, WPP และ TikTok

รางวัลครอบคลุม 11 สาขา ได้แก่ Creator of the Year, Rising Creator of the Year, Education Creator of the Year, Sports Creator of the Year, Lifestyle Creator of the Year, Food Creator of the Year, Entertainment Creator of the Year, Beauty & Fashion Creator of the Year, Popular Video of the Year, TikTok LIVE Creator of the Year และ TikTok Shop Creator of the Year

TikTok ระบุว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มมากกว่า 460 ล้านคน สะท้อนขนาดของฐานผู้ชมและโอกาสในการขยายตลาดคอนเทนต์ระดับภูมิภาค

อนาคต Creator Economy ไม่ใช่แค่ใครมียอดวิวมากกว่า

จากมุมมองของครีเอเตอร์ทั้งสองคน อุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อสร้างการมองเห็น ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความแตกต่าง และความสามารถในการบริหารธุรกิจ

แนวทางของโบว์สะท้อนการใช้ชื่อเสียงและฐานผู้ติดตามเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจสินค้า ขณะที่บาสให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผลงาน การสร้างอัตลักษณ์ และการกระจายความเสี่ยงผ่านหลายแพลตฟอร์ม

AI อาจช่วยให้ต้นทุนการผลิตบางส่วนลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำธุรกิจครีเอเตอร์จะง่ายขึ้น เพราะเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ใกล้เคียงกัน ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ การสร้างความเชื่อมั่น และการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพจะยิ่งมีความสำคัญ

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่อาชีพนี้ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่าจะสร้างคลิปให้เป็นไวรัลได้อย่างไร แต่ต้องคิดต่อไปว่าจะเปลี่ยนความนิยมให้เป็นธุรกิจที่มีรายได้เพียงพอ มีความแตกต่าง และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนอย่างไร