Bluebik (BBIK) เผยทิศทางธุรกิจมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าผ่านเทคโนโลยี AI พร้อมประกาศเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 อย่างมั่นคงที่ 20-30% ควบคู่กับการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อเตรียมส่งบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน บลูบิคยังคงตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของรายได้ (Top line) และกำไร (Bottom line) โดยในปี 2026 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ประมาณ 20-30% ซึ่งเป็นผลมาจากการรักษามาตรฐานการเติบโตที่ทำได้ดีมาโดยตลอด
พชร เสริมว่าในปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์หลัก คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า (Client Value) การเสริมความแข็งแกร่งให้การดำเนินงานภายใน (Operational Excellence) และการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมหรือร่วมทุน (Inorganic Growth)
ชู AI เป็นหัวใจหลักขับเคลื่อนธุรกิจ
บลูบิคพุ่งเป้าไปที่การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อปลดล็อกศักยภาพให้ลูกค้าใน 3 ด้านสำคัญ:
- Customer Experience: ใช้ AI สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมอุดช่องโหว่ที่เทคโนโลยีอาจทำได้ไม่เท่ามนุษย์
- Operational Efficiency: นำ AI และ Generative AI เข้าไปช่วยลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติ (Automation)
- Risk Management: เสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ป้องกันภัยคุกคามจากมิจฉาชีพและการฉ้อโกงในยุคดิจิทัล
เพิ่ม Utilization Rate ดันกำไรพุ่ง
นอกจากการขยายบริการใหม่ๆ บลูบิคยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร (Utilization Rate) โดยสามารถยกระดับบริษัทที่ไปควบรวมกิจการมา จากเดิมที่มีอัตราการทำงานอยู่ที่ 50% ให้ขึ้นมาแตะระดับ 65% ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทแม่ที่ทำได้ถึง 70% ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งของผลกำไรได้แม้ในสภาวะที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง
เกาะติดเทรนด์ Local Demand: Virtual Bank และ Cloud First
บลูบิคพร้อมสนับสนุนกลุ่มสถาบันการเงินในการจัดตั้ง Virtual Bank ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมธนาคารไทยในรอบ 40 ปี รวมถึงการตอบรับนโยบาย Cloud First Policy ที่จะมีการลงทุนด้าน Cloud Region ในไทยมากขึ้น โดยเตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วยองค์กรขนาดใหญ่ในการย้ายระบบขึ้น Cloud (Cloud Migration) ที่มีความซับซ้อนสูงได้อย่างครบวงจร
ปรับโครงสร้างใหญ่ เตรียมปั้นบริษัทลูกเข้าตลาดฯ
ไฮไลท์สำคัญคือการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บริษัทในเครือสามารถแยกตัวออกไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ได้ในอนาคตอันใกล้ (ประมาณ 3-5 ปี)
นอกจากนี้ยังมีการเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงและเร่งพัฒนาทักษะพนักงาน (Talent Development) โดยมีพนักงานเข้าอบรมด้าน AI และกลยุทธ์แล้วกว่า 80% ขององค์กร เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Microsoft, Amazon และ SAP บลูบิคมั่นใจว่าจะสามารถสร้าง New High ได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวเร่ง (Accelerator) สำคัญที่พาธุรกิจไทยผ่านพ้นช่วง Transformation ในยุค AI ได้อย่างมั่นคง
–ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น เปิดยุทธศาสตร์ 2026 ปั้นไทยสู่ One-Stop DX ด้วย AI อัจฉริยะ







