การปิดตัวของร้านอาหารมากมายในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้พิสูจน์แค่เรื่องรสชาติว่าอร่อยหรือไม่ แต่ชี้ให้เห็นความจริงที่ว่า “ร้านมีคนรู้จักหรือไม่” และ “ร้านทำการตลาดเป็นหรือเปล่า” ใช่แล้ว, ร้านอาหารยุคนี้ต้องทำการตลาด แต่การตลาดแบบไหนกันแน่ที่เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน?
การตลาดยุคเก่าไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
หากย้อนไปในอดีต ร้านอาหารยุคเก่าเพียงแค่เปิดร้านไปเรื่อยๆ รอให้คนมากินจนคุ้นเคย ก็สามารถอยู่ได้นาน 30-40 ปี สร้างฐานลูกค้าประจำจากรสชาติที่ถูกปากคนกลุ่มนั้น และค่อยๆ พัฒนาฝีมือไปตามกาลเวลา
แต่ในปัจจุบัน แม้จะเป็นร้านดังที่โปรโมตหนักตั้งแต่เปิดตัว แต่หากหมดแคมเปญไปแล้วลูกค้าหาย ก็อาจต้องปิดกิจการได้เลยทันที เพราะต้นทุนที่ต้องแบกรับนั้นสูงกว่าสมัยก่อนมหาศาล
แผนการตลาดแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาราคาแพง, จ้างดารามารีวิว, ให้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากินโชว์ หรือเชิญรายการทีวีมาถ่ายทำที่ร้าน มาถึงวันนี้อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป การโปรโมตเช่นนี้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุน และที่สำคัญคือ ร้านจะไม่โปรโมตเลยก็ไม่ได้เสียด้วย

ยุคทองของ KOL: เมื่อผู้บริโภคเชื่อ ‘คนธรรมดา’ มากกว่าดารา
สมัยนี้ร้านอาหารจึงหันมาใช้ KOL (Key Opinion Leader) ซึ่งก็คือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์, บล็อกเกอร์, หรือนักรีวิว แต่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในระดับที่เล็กลงมาอย่าง ไมโคร (Micro) หรือ นาโน (Nano) อินฟลูเอนเซอร์
จากผลสำรวจในวงการร้านอาหารพบว่า 70% ของวัยรุ่นเชื่อ KOL มากกว่าดารา วงการ KOL มีการเติบโตสูงถึง 10-15% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ร้านอาหารก็นิยมร่วมงานกับ KOL มากขึ้นกว่า 3 เท่า กว่าจะรู้ตัว ประเทศไทยก็มี KOL เกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว
แล้วทำไม KOL ถึงประสบความสำเร็จกับวงการอาหาร? ความจริงก็คือคนกลุ่มนี้ไม่ใช่นักรีวิวมืออาชีพ แต่อาจเป็นเพียงผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, YouTube, TikTok ที่มีผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง บางคนอาจไม่เคยรีวิวอาหารเป็นกิจจะลักษณะด้วยซ้ำ แต่หลักการสำคัญคือ พวกเขามีกลุ่มผู้ติดตามที่มีความชอบและไลฟ์สไตล์คล้ายคลึงกัน เมื่อ KOL ที่พวกเขาติดตามไปกินอาหารร้านไหนแล้วบอกว่าชอบ กลุ่มผู้ติดตามก็จะเชื่อว่าตัวเองก็น่าจะชอบเช่นกัน และสุดท้ายก็พากันไปกินตาม
Pain Point ที่มองไม่เห็น: เมื่อร้านเล็กอยากร่วมงานกับ KOL
วิธีการเดิมๆ นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนซับซ้อน ทั้งการติดต่อเอเจนซี่, การซื้อสื่อ หรือการจ้างดาราชื่อดัง สำหรับร้านอาหารรายเล็กที่ถนัดแค่การทำอาหาร เรื่องเหล่านี้จึงกลายเป็นภาระใหญ่และไม่ถนัด
แต่พอมาถึงยุคของ KOL ที่เป็นรายย่อย ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้น: จะเชิญพวกเขามารีวิวได้อย่างไร? จะติดต่อแบบไหน? เงื่อนไขเป็นอย่างไร?
Pain Point เช่นนี้หากไม่ใช่คนในวงการก็อาจมองไม่เห็น และนี่คือจุดที่ทำให้ คุณนฤชนก ฉิมตะวัน ที่เติบโตมาจากธุรกิจร้านอาหาร และ คุณภัทธีมา โกมลวรกุล ที่มีประสบการณ์ในวงการพีอาร์เอเจนซี่ ตัดสินใจเปิดตัวแอปพลิเคชัน KOLLABX ในนามบริษัท ไบรท์อัพ จำกัด
KOLLABX: สตาร์ทอัพผู้เชื่อม ‘ร้านอาหาร’ และ ‘KOL’ ให้เจอกัน
KOLLABX คือสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาเป็น “ตัวกลาง” ระหว่างร้านอาหารรายย่อย (และสินค้าอื่นๆ ในอนาคต) กับ KOL ระดับไมโครและนาโน ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยตัดตัวกลางและลดขั้นตอนที่ผิดพลาดจากระบบเดิมๆ โดยเปิดให้ทั้งสองฝ่ายลงทะเบียนเพื่อมาเจอกันได้โดยตรง สามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ เช่น การนัดหมาย, เมนูที่จะรีวิว, รูปแบบผลงาน และข้อตกลงอื่นๆ ได้ครบจบในที่เดียว โดยที่ทั้งร้านอาหารและ KOL ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการใช้แอปพลิเคชัน

โมเดลธุรกิจและเป้าหมายที่ท้าทาย
เป้าหมายปีแรก คือ 2569 (บวกปีนี้ไปอีกสามเดือน) คือการทุ่มงบลงทุน 10 ล้านบาท เพื่อดึงร้านอาหารเข้าร่วมแพลตฟอร์มให้ได้ 3,000 ร้านค้า และมี KOL ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป เข้าร่วมเป็นผู้รีวิวราว 100,000 ราย
ในช่วงเริ่มต้น รายได้หลักของ KOLLABX จะมาจากการโฆษณา ซึ่งเป็นโมเดลที่อาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต แต่กลยุทธ์สำคัญคือการ ‘Burn Cash’ หรือใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างฐานผู้ใช้ให้แข็งแกร่งที่สุด ก่อนจะระดมทุนระดับ Series A ให้ได้อย่างน้อย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อนาคตวงการตลาดร้านอาหารไทยในมือสตาร์ทอัพ
ความฝันของสตาร์ทอัพนี้คือการครอบครองตลาดร้านอาหารขนาดเล็กผ่านเครือข่ายนักรีวิว ซึ่งเป็นสมรภูมิที่วัดกันด้วย “การจัดการ” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี โอกาสที่คู่แข่งจะสร้างแอปฯ ที่คล้ายกันจึงมีสูงมาก เกมนี้ใครที่สามารถรวบรวมร้านค้าและนักรีวิวได้มากกว่าและเร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะ และนี่คือโอกาสสำคัญที่คนไทยจะได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มของตัวเองบ้าง
แอปพลิเคชัน KOLLABX จะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการปลายเดือนตุลาคมนี้ หากประสบความสำเร็จจริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการตลาดของร้านอาหารรายย่อยครั้งใหญ่ ค่าการตลาดจะลดลง เกิดนักรีวิวรายเล็กๆ ขึ้นอีกมหาศาล ขณะเดียวกัน การแข่งขันในหมู่นักรีวิวก็จะดุเดือดขึ้นเช่นกัน และ KOL จะกลายเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของวงการดิจิทัลไทยอย่างแท้จริง
Biztalk Inside : สมชาย งามวรรณกูล



