LINE MAN Wongnai เผย 9 เดือน Food Delivery โตทะลุ 20% อานิสงส์ไฮซีซั่น-มาตรการรัฐ

LINE MAN Wongnai เผย 9 เดือน Food Delivery โตทะลุ 20% อานิสงส์ไฮซีซั่น-มาตรการรัฐ

LINE MAN Wongnai ประกาศผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีด้วยอัตราการเติบโตของตลาดภาพรวมมากกว่า 20% แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยพฤติกรรมผู้บริโภคยังคงพึ่งพาบริการ Food Delivery ในฐานะทางเลือกที่สะดวกและประหยัด คาดการณ์ว่าภาพรวมตลอดทั้งปีจะขยายตัวได้ที่ 20–25%

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay ประเทศไทย ระบุว่า ทิศทางในไตรมาสที่ 4 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นอย่างเต็มตัว เนื่องจากได้รับแรงส่งจากการปิดภาคเรียนเดือนตุลาคม ต่อเนื่องไปยังเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมถึงการจ่ายโบนัสปลายปี นอกจากนี้การเข้ามาของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” ยิ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของยอดสั่งซื้อให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งอยู่ระหว่างรอข้อสรุปเงื่อนไขสุดท้ายจากการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะมีรูปแบบการสนับสนุนคล้ายเดิมในสัดส่วน 60-40 โดยกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือร้านค้ารายย่อยที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาท เช่น ร้านอาหารตามสั่ง อาหารไทย อีสาน ก๋วยเตี๋ยว และร้านเครื่องดื่ม เมนูยอดนิยมยังคงเป็นผัดกะเพรา ส้มตำปูปลาร้า และอเมริกาโน่เย็น ในขณะที่ร้านอาหารประเภทเชนจะได้รับอานิสงส์น้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม การต่ออายุโครงการส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องปรับแผนงบประมาณเร่งด่วน โดยเตรียมงบการตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ทั้งนี้ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มใช้จ่ายงบการตลาดเฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงโครงการคนละครึ่ง แม้อัตราค่า GP ในช่วงโครงการจะต่ำลงและกดดันอัตรากำไร แต่สามารถเพิ่มฐานผู้ใช้งานและยอดขายบนแพลตฟอร์มได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านแรงกดดันจากราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผลกระทบส่วนใหญ่ตกอยู่กับฝั่งไรเดอร์ แต่ด้วยอัตราสิ้นเปลืองของรถจักรยานยนต์ที่ไม่สูงมาก ประกอบกับแพลตฟอร์มมีโปรแกรม Incentive คอยอุดหนุน จึงยังสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนประเด็นค่า GP ขอยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นในรอบ 1 ปี เพดานสูงสุดยังคงอยู่ที่ 30% ร้านค้าที่ไม่ลงโฆษณายังคงแสดงผลในการค้นหาตามปกติโดยไม่มีการปิดกั้น

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังขยายบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นระบบผ่อนชำระอุปกรณ์ เช่น สมาร์ตโฟนหรือเครื่อง POS ที่ดำเนินการเอง และบริการสินเชื่อผ่านพันธมิตร (Loan Channeling) ร่วมกับผู้ได้รับใบอนุญาตอย่าง LINE BK ซึ่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้เชื่อมโยงร้านค้าเข้าถึงแหล่งทุนแล้วราว 30,000 ร้าน และไรเดอร์อีกหลายหมื่นราย รวมแล้วแตะระดับเกือบ 100,000 ราย

อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวสำคัญทางเทคโนโลยีคือการเปิดตัว “Genie” เครื่องมือ AI อัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับระบบ POS และแอปพลิเคชันร้านค้า ทำหน้าที่ดึงข้อมูล Transaction มาประมวลผลเป็น Insight ช่วยแนะนำเมนูขายดี ช่วงเวลาจัดโปรโมชัน และแนวทางคุมต้นทุน เปรียบเสมือน CFO ส่วนตัวของร้าน โดยในอนาคตจะเพิ่มฟังก์ชันปรับแต่งเมนูและสร้างรูปภาพอาหาร ทั้งนี้ระบบทำงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ผ่านความยินยอมของร้านค้า และประมวลผลข้อมูลบนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศไทย

ปัจจุบัน Genie อยู่ระหว่างทดลองใช้งานกับกลุ่มร้านค้าราว 10% แบบเปิดให้ใช้ฟรี มีกรณีศึกษาจากแบรนด์ Bearhouse ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจนช่วยลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานลงได้ 50 ชั่วโมงต่อวันจาก 50 สาขา หรือประหยัดต้นทุนแรงงานได้ 10–15% โดยแพลตฟอร์มตั้งเป้าขยายการใช้งาน Genie ไปสู่ 10,000 ร้านค้าภายใน 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสอดรับกับภาพรวมการยกระดับร้านค้าที่มีผู้ใช้ระบบ Wongnai POS แล้วมากกว่า 70,000 ราย จากร้านค้า Active บนแพลตฟอร์มหลายแสนราย

ส่วนแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ยังคงเดินหน้าตามแผนงานเดิม (On plan) ขณะที่มาตรการจัดระเบียบใบขับขี่สาธารณะของผู้ขับขี่ก่อนวันที่ 30 กันยายน มีผู้ขับขี่ดำเนินการแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่งของระบบ ร่วมกับฐานคนขับแท็กซี่ป้ายเหลืองที่มีใบอนุญาตถูกต้องอยู่แล้ว สำหรับผู้ขับขี่ที่ยังไม่ดำเนินการตามกรอบเวลา จะมีมาตรการระงับการจ่ายงานตามขั้นตอนต่อไป

ENFANT ชูกลยุทธ์พรีเมียม ขยายพอร์ตสู่ Family Care ดันยอดครึ่งปีแรกโต 7% สวนกระแสเด็กเกิดใหม่ลดลง