MAGURO โชว์แกร่ง! ไตรมาส 2/68 กำไรพุ่ง 149% แตะ 32 ล้านบาท สวนกระแสร้านอาหารซบเซา

MAGURO โชว์แกร่ง! ไตรมาส 2/68 กำไรพุ่ง 149% แตะ 32 ล้านบาท สวนกระแสร้านอาหารซบเซา

MAGURO Group ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโตสวนทางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กวาดรายได้รวม 450 ล้านบาท เติบโต 40% พร้อมโชว์กำไรสุทธิโตกว่า 149% แตะ 32 ล้านบาท เดินหน้าส่งแบรนด์ใหม่ “KIWAMIYA” ร้านแฮมเบิร์กชื่อดังจากญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว 4 กันยายนนี้

บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยบริษัทมีรายได้รวม 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 149% จากเดิมที่ทำได้ 13 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MAGURO กล่าวว่า ผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นผลมาจากการวางกลยุทธ์ที่รัดกุมและรอบคอบ ทำให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 866 ล้านบาท เติบโต 40% และมีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% ซึ่งทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ทั้งปีได้ตามเป้าหมายที่ 30%

แม้ว่าภาพรวมธุรกิจร้านอาหารจะเผชิญกับความท้าทายและการชะลอตัวของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) แต่ MAGURO Group ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการทำแคมเปญการตลาดที่ตรงใจผู้บริโภค เช่น แคมเปญ “Big Thanks Big Deal” ฉลองครบรอบ 10 ปีของร้าน MAGURO ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

นอกจากการบริหารจัดการแบรนด์เดิมอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การมอบประสบการณ์มื้ออาหารที่ดีที่สุด ด้วยการต่อยอดความสำเร็จจากแบรนด์ล่าสุดอย่าง “BINCHO” ร้านอาหารย่างถ่านสไตล์ญี่ปุ่น และเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ลำดับที่ 7 “KIWAMIYA” ร้านแฮมเบิร์กและสเต็กเนื้อวากิวต้นตำรับจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

“KIWAMIYA” มีจุดเด่นที่คุณภาพของวัตถุดิบและการนำเสนอในรูปแบบ “Rare Served” ที่มาพร้อมเตาเทปปันให้ลูกค้าได้ย่างและปรุงรสด้วยตนเอง สร้างประสบการณ์ที่สนุกและเข้าถึงได้ง่าย โดยมีเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ premium mass และเตรียมเปิดให้บริการสาขาแรกที่โครงการเซ็นทรัล พาร์ค ในวันที่ 4 กันยายน 2568 นี้

พร้อมกันนี้ MAGURO Group ยังมีแผนขยายสาขาของแบรนด์ยอดนิยมในเครืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น MAGURO, HITORI SHABU และ Tonkatsu AOKI ในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 53 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 46 สาขาใน 6 แบรนด์

GUNKUL ครึ่งปีกำไรทะลุ 924 ล้านบาท โต 18% จ่อเซ็น PPA เพิ่ม 319 MW ลุยพลังงานสะอาดเต็มสูบ

Scroll to Top