SBF เตรียมจัดงาน SRBF ครั้งที่ 9 ในกรุงเทพฯ ตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ 60 ปี

SBF เตรียมจัดงาน SRBF ครั้งที่ 9 ในกรุงเทพฯ ตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ 60 ปี

Singapore Business Federation (SBF) เตรียมจัดการประชุม Singapore Regional Business Forum (SRBF) ครั้งที่ 9 ในกรุงเทพมหานคร วันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสิงคโปร์และไทย รวมถึงผลักดันศักยภาพของอาเซียนในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตและความยืดหยุ่นทางธุรกิจในภูมิภาค

Kok Ping Soon, CEO, Singapore Business Federation เปิดเผยว่า การจัดงาน SRBF ในปีนี้นับเป็นครั้งที่สองที่จัดขึ้นนอกสิงคโปร์ โดยครั้งแรกจัดที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามในปี 2566 เพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 10 ปีระหว่างสิงคโปร์และเวียดนาม ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ถึง 12 ฉบับ ครอบคลุมด้านความยั่งยืน, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล, บริการทางการเงิน และการพัฒนาทุนมนุษย์

SRBF: เวทีสำคัญเพื่อการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

SRBF ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญของ SBF โดยเป็นเวทีระดับสูงที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ เพื่อรวบรวมผู้นำทางธุรกิจ, เจ้าหน้าที่รัฐ, ผู้นำทางความคิด และผู้กำหนดนโยบาย มาร่วมหารือเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนานโยบายและเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชน (B2B) การประชุมครั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500 คน จากกว่า 30 ประเทศ

การเลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SBF ในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสิงคโปร์และไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันความเชื่อมั่นในศักยภาพของอาเซียน ในฐานะเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง: ไทย-สิงคโปร์

Kok Ping Soon เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่าการค้าระหว่างไทยและสิงคโปร์เติบโตขึ้น 6.4% แตะระดับ 44.47 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทำให้ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของสิงคโปร์ และเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนอันดับต้นๆ ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2558 และก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งในปี 2567

บริษัทสิงคโปร์ยังคงให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยในหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคส่วนดั้งเดิม อาทิ การผลิต, การเงินและการประกันภัย, อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงภาคส่วนใหม่ๆ ที่กำลังเติบโต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), พลังงานหมุนเวียน และเศรษฐกิจดิจิทัล ในช่วงต้นปี 2568 ได้มีการลงนาม MOU ระหว่างหน่วยงานของสิงคโปร์และไทยในหลายด้าน เช่น การคุ้มครองผู้บริโภค, อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน, ฟินเทค และการค้าเนื้อสัตว์

ประเด็นสำคัญและวิทยากรระดับสูง

การประชุม SRBF ครั้งที่ 9 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Business Resilience in Asia” (ความยืดหยุ่นทางธุรกิจในเอเชีย) ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นจริงที่ธุรกิจในภูมิภาคกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการเปลี่ยนแปลงทางการค้าโลกที่รวดเร็ว เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ เอเชียจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้มีความคล่องตัว, สร้างสรรค์ และยืดหยุ่นมากขึ้น

SRBF จะมุ่งเน้นหารือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

  1. การฝ่าวิกฤตความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: สิงคโปร์และไทยจะร่วมกันรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ และบรรลุการเติบโตที่ยั่งยืน
  2. การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจในภูมิภาค: การลงทุนในกรีนไฟแนนซ์และความยั่งยืน
  3. การสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจแห่งอนาคต: ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับสูงหลายท่าน อาทิ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีในสำนักนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ยังมีผู้นำทางธุรกิจจากไทยและสิงคโปร์เข้าร่วมอีกมากมาย ซึ่งจะมาร่วมแบ่งปันมุมมองจากภูมิภาค Greater Bay Area เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

กิจกรรมคู่ขนาน: Solutions Marketplace และ Overseas Market Workshop

นอกเหนือจากการประชุมและเสวนา SRBF ยังเป็น “Solutions Marketplace” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าถึงโซลูชันที่เป็นรูปธรรมและมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้ให้บริการโซลูชันต่างๆ

พร้อมกันนี้ SBF ยังจัด Overseas Market Workshop to Thailand ในช่วงวันที่ 17-23 สิงหาคม โดยจะนำคณะผู้แทนบริษัทสิงคโปร์ประมาณ 20 แห่งเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมเวิร์คช็อปเรียนรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบ, แนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคล และที่สำคัญคือการจับคู่ทางธุรกิจ (B2B Matching) เพื่อช่วยให้บริษัทสิงคโปร์สามารถค้นหาพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย

Kok Ping Soon กล่าวปิดท้ายว่า ความสำเร็จในอดีตของ SBF ผ่านโครงการ Global Connect ซึ่งได้อำนวยความสะดวกโครงการลงทุนกว่า 65 โครงการในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงกรณีศึกษาของบริษัท Keminates ที่ได้เข้ามาลงทุนตั้งคลังสินค้าในไทย และบริษัทค้าอาหารทะเลที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมงาน Thaifex แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเชื่อมโยงทางธุรกิจ

SBF หวังว่าการจัดงาน SRBF ในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้เข้าร่วมเต็มความจุ และมีการลงนาม MOU ระหว่างธุรกิจไทยและสิงคโปร์จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศในระยะยาว และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

สปา-ฮาคูโฮโด เปิดตัว Human Lab: ปฏิวัติการตลาดด้วย “ความเข้าใจมนุษย์” เผย “เฉดความกล้า” ผู้บริโภคไทยทุกเจนฯ

Related Posts

Scroll to Top