TECHLEAD รุกหนัก! ประกาศปิดดีลเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ “อินเวนท์เทค” (Inventech) มูลค่า 420 ล้านบาท ผนึกกำลังทีมบริหารเดิมปั้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร มุ่งยกระดับพอร์ตธุรกิจสู่โมเดลแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) พร้อมรองรับความต้องการกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ TECHLEAD เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตเชิงรุกด้วยการเข้าลงทุนใน บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระบบประชุมผู้ถือหุ้นแบบครบวงจร (One-Stop Service) โดยการลงทุนมูลค่า 420 ล้านบาทครั้งนี้ จะทำให้ Inventech เข้ามาเป็นบริษัทลูกในกลุ่ม TECHLEAD เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโซลูชันดิจิทัลองค์กรและระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี
ยกระดับโมเดลธุรกิจ สู่รายได้ที่มั่นคง
การขยับตัวครั้งสำคัญนี้ช่วยให้ TECHLEAD เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไปสู่โมเดลธุรกิจ “แพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทในหลายด้าน:
- เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue): สร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากฐานลูกค้าเดิมของ Inventech
- เพิ่มอัตรากำไร (Margin): ด้วยโครงสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องและขยายตัวได้เชิงระบบ
- ขยายฐานลูกค้า: ต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจและผสานทรัพยากรเพื่อประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด
เจาะลึกศักยภาพ Inventech: หัวใจสำคัญของบริษัทจดทะเบียน
Inventech คือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประชุมผู้ถือหุ้นผ่านแพลตฟอร์ม “Inventech Connect” ที่รองรับทั้งรูปแบบ Offline, Online และ Hybrid ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และได้รับมาตรฐาน ISO 27001 โดยมีฟีเจอร์เด่น อาทิ:
- ระบบลงคะแนนออนไลน์เรียลไทม์ (e-Voting) และสรุปผลอัตโนมัติ
- การรองรับ e-Proxy จากศูนย์ฝากหลักทรัพย์ และการโหวตแบบ Cumulative Voting
- ระบบบันทึกข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง ผ่านการประเมินจาก ETDA
ผนึกทีมบริหารเดิม ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างไร้รอยต่อ
อิศรา เรืองสุขอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TECHLEAD ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้คือหมุดหมายสำคัญในการเสริมขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับทีมบริหารเดิมของ Inventech ได้แก่ คุณวรัฎ อากาศวิภาต และ คุณณัฐวัฒน์ ประสพอารยา เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการบริหารและถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง
การเข้าลงทุนซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิม แต่ยังเป็นการสร้าง Story การเติบโตใหม่ในกลุ่มธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำแต่ขยายตัวได้รวดเร็ว (Scalable) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุนในระยะยาว
–เซ็นทรัลพัฒนา ทุบสถิติ New High 3 ปีซ้อน! กำไรพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน รับอานิสงส์มิกซ์ยูสและมาตรการรัฐ







