ไปรษณีย์ไทย ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 สร้างกำไรสุทธิ 631.56 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 362.34% พร้อมรายได้รวม 11,544 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จในการเป็นผู้นำธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครองใจคนไทยอย่างเหนียวแน่น ในโอกาสครบรอบ 142 ปี เดินหน้าชูกลยุทธ์ “1-4-2” ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Tech Post เต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวโซลูชันใหม่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ทั้ง Super App และระบบจ่าหน้าดิจิทัล D/ID

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จอันโดดเด่นนี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “1-4-2” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ ประกอบด้วย
- “1” คือ การเป็นขนส่งอันดับ 1 ในใจคนไทย: มุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพบริการและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 50,000 แห่ง สะท้อนจากผลสำรวจที่ได้คะแนน Top of Mind ของแบรนด์สูงถึง 99.54% และคะแนนความไว้วางใจในแบรนด์ 96.11%
- “4 พลัง” ขับเคลื่อนองค์กรและเศรษฐกิจ:
- พลังความเร็ว: ชูบริการส่งด่วน EMS ที่รวดเร็ว แม่นยำ และยังคงได้รับความนิยมสูงสุด โดยสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนถึง 43.31% ของรายได้รวมทั้งหมด
- พลังเพื่อธุรกิจ: ออกแบบโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การให้บริการคลังสินค้า (THP Fulfillment) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาดตั้งแต่รายย่อยจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
- พลังเชื่อมโลก: สนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโตในตลาดสากล ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุม 205 ปลายทาง ใน 193 ประเทศทั่วโลก
- พลังความล้ำ: นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น Digital Postbox ตู้ไปรษณีย์ดิจิทัล และ D/ID ระบบจ่าหน้าดิจิทัลที่แปลงข้อมูลผู้รับ-ผู้ส่งเป็นรหัส 6 หลัก ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนนี้
- “2” แกนหลักสำคัญ: คือการเป็นผู้ เชื่อมความสัมพันธ์ และ เชื่อมความสำเร็จ ให้กับคนไทยและภาคธุรกิจ

ก้าวต่อไปสู่ Tech Post ด้วยนวัตกรรมบริการแห่งอนาคต
ในช่วงครึ่งปีหลัง ไปรษณีย์ไทยเตรียมยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการภายใต้แนวคิด “POSTsible Together เป็นไปรฯ ได้ ไปรฯ ด้วยกัน” ผ่านการเปิดตัวบริการดิจิทัลที่น่าจับตามองมากมาย อาทิ:
- Super App: พัฒนาแอปพลิเคชันที่รวบรวมทุกบริการของไปรษณีย์ไทยไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งการติดตามพัสดุ สร้างใบจ่าหน้า เรียกรับพัสดุ ชำระค่าบริการ และเชื่อมต่อกับบริการภาครัฐและพันธมิตรเอกชน
- สนับสนุน SME สู่ตลาดโลก: ร่วมมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Amazon ในการส่งสินค้าจากผู้ประกอบการไทยเข้าคลัง Amazon FBA (Fulfillment by Amazon) ในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดอเมริกาให้ง่ายขึ้น
- Specialized Logistics: ต่อยอดบริการขนส่งแบบเจาะจงความต้องการเฉพาะทาง เช่น การขนส่งสินค้าเพื่อกลุ่มสัตว์เลี้ยง (Healthcare Logistics for Pet), การขนส่งสินค้ามูลค่าสูง และการขนส่งนมแม่
- e-Payment ครบวงจร: ขยายช่องทางการชำระเงินให้ครอบคลุม โดยเชื่อมต่อกับพันธมิตรหลากหลาย เช่น กรมการขนส่งทางบก, ทิพยประกันภัย, WeChat Pay และ Alipay
- Data as a Service: วางแผนต่อยอดฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลและภาคธุรกิจ สร้างรายได้เชิงพาณิชย์อย่างจริงจังภายในปี 2569

ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ
นอกจากการเติบโตทางธุรกิจ ไปรษณีย์ไทยยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการที่โดดเด่นคือ:
- ด้านสิ่งแวดล้อม: นำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในระบบขนส่ง และดำเนินโครงการ Green Hub เช่น reBOX, reBAG, e-Waste ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 4,670 ตันคาร์บอนเทียบเท่า นอกจากนี้ การเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานไปใช้ผ้าที่ผลิตด้วยกรรมวิธีพิเศษ ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 53,360 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการลดระยะทางขับรถยนต์ถึง 213,440 กิโลเมตร
- ด้านสังคม: สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งในครึ่งปีแรกสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วกว่า 360 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะทำรายได้รวมถึง 760 ล้านบาท
- ด้านธรรมาภิบาล: ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ในปี 2567 สูงถึง 91.70 คะแนน และได้รับรางวัลระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริตระดับ “ดีเยี่ยม” จากสำนักงาน ป.ป.ท.







