เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน (Xiaomi) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568) สร้างสถิติใหม่ด้วยรายรับรวม 111.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 47.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) นับเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันที่ทำรายรับเกิน 1 แสนล้านหยวน นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่ปรับแล้วยังพุ่งสูงถึง 10.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 64.5% YoY ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กำไรสุทธิเกิน 1 หมื่นล้านหยวน สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและเหนือความคาดหมายของตลาดอย่างชัดเจน
ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตโดดเด่น ดันผลประกอบการทะยาน
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเสียวหมี่มาจากประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในทุกกลุ่มธุรกิจ:
- สมาร์ทโฟน: รายรับจากสมาร์ทโฟนเติบโต 8.9% YoY แตะ 50.6 พันล้านหยวน โดยมีการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก 41.8 ล้านเครื่อง รักษาตำแหน่งหนึ่งในสามแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกได้เป็นไตรมาสที่ 19 ติดต่อกัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 14.1% ที่น่าจับตาคือ ส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในจีนแผ่นดินใหญ่พุ่งสูงถึง 18.8% กลับมาครองอันดับ 1 ในด้านการจัดส่งอีกครั้งในรอบ 10 ปี
- ผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์: กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ทำรายรับพุ่งสูงถึง 32.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 58.7% YoY และสร้างสถิติใหม่ทั้งในด้านรายรับและอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25.2% การจัดส่งเครื่องปรับอากาศทะลุ 1.1 ล้านเครื่อง (+65.0% YoY) ตู้เย็นทะลุ 880,000 เครื่อง (+65.0% YoY) และเครื่องซักผ้าพุ่งเกิน 100% เป็น 740,000 เครื่อง ซึ่งเป็นการจัดส่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับตู้เย็นและเครื่องซักผ้า
- รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) และโครงการริเริ่มใหม่: รายรับจากกลุ่มธุรกิจนี้อยู่ที่ 18.6 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ Xiaomi SU7 Series กว่า 75,869 คัน เสียวหมี่ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ 350,000 คันตลอดทั้งปี 2568 และยังคงขยายเครือข่ายการขายและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์การขาย EV แล้วกว่า 235 แห่งใน 65 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่
กลยุทธ์ Premiumization และนวัตกรรมขับเคลื่อนความสำเร็จ
เสียวหมี่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอสินค้าและบริการระดับพรีเมียมในทุกหมวดหมู่ โดยราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็น 1,211 หยวน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยอดขายของ Xiaomi 15 Ultra ที่เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์เติบโตถึง 90% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สะท้อนถึงความนิยมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับสูง
ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 Series ได้ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ในฐานะแบรนด์ระดับพรีเมียมของเสียวหมี่ โดยรุ่น Xiaomi SU7 Ultra ได้เข้ามานิยามใหม่ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมด้วยราคาเริ่มต้นที่มากกว่า 500,000 หยวน และในเดือนเมษายน Xiaomi SU7 ยังมียอดขายสูงสุดสำหรับรถยนต์อัจฉริยะไฟฟ้าทุกรุ่นที่มีราคาเกิน 200,000 หยวน
ลงทุนมหาศาลใน R&D ยืนยันตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยี
เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนในเทคโนโลยีหลักพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่าใช้จ่ายด้านงานวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึง 6.7 พันล้านหยวน ในไตรมาส 1 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 30.1% YoY และมีบุคลากรด้าน R&D สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 21,731 คน เสียวหมี่วางแผนที่จะลงทุนด้าน R&D ในอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นจำนวนสูงถึง 2 แสนล้านหยวน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลักพื้นฐาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้าน “ชิป (Chip), AI และระบบปฏิบัติการ (OS)”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียวหมี่ได้เปิดตัว Xiaomi XRING O1 3nm SoC ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งถูกนำไปประยุกต์ใช้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ถือเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยีหลักของเสียวหมี่ทั้งหมดมาใช้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนวัตกรรมล้ำสมัยและระบบนิเวศทางเทคโนโลยีชั้นนำอย่างต่อเนื่อง
แพลตฟอร์ม AIoT และบริการอินเทอร์เน็ตเติบโตไม่หยุด
จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) เพิ่มขึ้นเป็น 943.7 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 20.1% YoY โดยมีผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ 5 เครื่องขึ้นไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มถึง 19.3 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 26.5% YoY
ด้านบริการอินเทอร์เน็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยรายรับ 9.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.8% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 76.9% โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกแตะ 718.8 ล้านราย (+9.2% YoY) และในจีนแผ่นดินใหญ่แตะ 181.1 ล้านราย (+12.9% YoY) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ทั้งในระดับโลกและในจีนแผ่นดินใหญ่
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในทุกมิติ เสียวหมี่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง







