วงการอาหารโลกกำลังจับตามองการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ “อาหารแพลนต์เบส” หรือเนื้อจากพืช และในประเทศไทย บริษัท NRPT (บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ภายใต้กลุ่ม ปตท. และ บริษัท โนฟ ฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ NRF) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยโรงงานผลิตอาหารแพลนต์เบสมาตรฐานสากลแห่งแรกในอาเซียนที่ได้รับการรับรอง BRCGS Plant-Based ล่าสุดได้นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมสู่สายตาผู้เข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

NRPT: ผู้นำด้านคุณภาพและความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารแพลนต์เบส
NRPT ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นหน้าใหม่ แต่คือผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารแพลนต์เบสในภูมิภาค ด้วยจุดแข็งที่แตกต่างและโดดเด่น:
1.การันตีด้วยมาตรฐาน BRCGS Plant-Based แห่งแรกในอาเซียน: หัวใจสำคัญที่ทำให้ NRPT ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่ทั่วโลกคือการได้รับการรับรอง BRCGS Plant-Based ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ยืนยันถึงความปลอดภัยและคุณภาพสูงสุดในการผลิตอาหารแพลนต์เบส โดยเฉพาะการควบคุมการปนเปื้อนเนื้อสัตว์อย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตราสัญลักษณ์ BRCGS Plant-Based บนผลิตภัณฑ์จึงเปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาถึงความมั่นใจที่ผู้บริโภคจะได้รับ ช่วยปกป้องแบรนด์และลดความเสี่ยงจากการเรียกคืนสินค้า
2.ศักยภาพทีมวิจัยและพัฒนา (In-house R&D) ระดับโลก: NRPT ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเนื้อแพลนต์เบสจากสหราชอาณาจักรที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ผสานกับการนำวัตถุดิบคุณภาพจากห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ (local ingredient supply chain) มาพัฒนาและต่อยอด ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว

3.สายการผลิตที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย (Flexible & Versatile Production): โรงงานของ NRPT ออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตสินค้าได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เนื้อไก่เทนเดอร์แพลนต์เบส เนื้อบด นักเก็ตแพลนต์เบส ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สไตล์เอเชียอย่างซาลาเปาหมูแดง หมูทอดทงคัตซึ และปอเปี๊ยะ พร้อมความสามารถในการปรับสูตรเฉพาะ (tailor-made) ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างรวดเร็ว
4.ความสำเร็จและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด: เพียง 12 เดือนหลังเปิดโรงงาน NRPT สามารถขยายตลาดส่งออกไปแล้วกว่า 15 ประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดหลักคือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา (ครองสัดส่วนประเทศละ 25%) ตามด้วยแคนาดา (15%) และออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (12%) ขณะที่ตลาดในประเทศไทยเองก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ด้วยความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอีกหลายรายที่กำลังจะเกิดขึ้น คาดการณ์ว่ายอดขายของ NRPT ในปีนี้จะเติบโตกว่า 10 เท่าจากปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด

ยกระดับ “แกงไทย Plant-Based” สู่สากล: มิติใหม่อาหารไทยเพื่ออนาคต
นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในการผลิตเนื้อแพลนต์เบสคุณภาพสูงแล้ว NRPT ยังมุ่งมั่นที่จะยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก โดยการนำเสนอ “แกงไทย Plant-Based” และอาหารไทยสำเร็จรูปที่ตอบโจทย์ Future Food ในทุกมิติ:
- ความยั่งยืนเพื่อโลก (Environmental Sustainability & Food Security):
เนื้อแพลนต์เบสเป็นคำตอบของความยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 89% ลดการใช้ที่ดิน 79% และลดการใช้น้ำถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิตเนื้อสัตว์ การนำมาผสมผสานกับแกงไทย ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์เมนูอร่อย แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

- สุขภาพดีด้วยคุณค่าจากพืช (Health & Nutrition Benefits):
แกงไทยแพลนต์เบส อุดมด้วยโปรตีนจากพืช มีไขมันต่ำ ปราศจากคอเลสเตอรอลและฮอร์โมน พร้อมใยอาหารสูง ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และส่งเสริมสุขภาพที่ดี
- ส่งเสริมเกษตรกรไทย (Empowering Thai Agriculture):
การพัฒนาผลิตภัณฑ์แกงไทยแพลนต์เบส เช่น แกงเขียวหวาน ต้มยำน้ำข้น และข้าวซอย จะสร้างความต้องการมหาศาลต่อวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย ทั้งพืชผัก สมุนไพร และเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ (ตะไคร้ ข่า พริก ขมิ้น มะกรูด โหระพา ฯลฯ) รวมถึงผักพื้นบ้านอย่างมะเขือพวง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ที่จะกลายเป็นที่รู้จักและต้องการในตลาดโลกมากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

พบกับ NRPT ได้ที่ THAIFEX – Anuga Asia 2025
ผู้ที่สนใจในนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต สามารถเข้าเยี่ยมชมบูธ NRPT ได้ที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อสัมผัสประสบการณ์ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสคุณภาพระดับโลก และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตอาหารไทยไปด้วยกัน







