สถาบันเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute – MEI) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ที่แสดงให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ยังคงมีเสถียรภาพด้านการเติบโต โดยมีปัจจัยสำคัญคือการเร่งตัวของการลงทุนในเทคโนโลยี AI และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ ภาคการท่องเที่ยว แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับความผันผวนจากมาตรการภาษี และการปรับสมดุลซัพพลายเชนใหม่
MEI คาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2569 จะชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อยที่ 3.1% จากประมาณการ 3.2% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของภูมิภาค ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลก
3 แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ APAC ปี 2569
รายงานระบุว่า แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปี 2569 จะมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- AI และนโยบายภาครัฐ: การนำ AI มาปรับใช้จะเป็นแรงผลักสำคัญ โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และฮ่องกง ที่มีพัฒนาการโดดเด่นทั้งในระดับองค์กรและผู้บริโภค ขณะที่นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา AI Hub, ศูนย์ข้อมูล, เมืองอัจฉริยะ และการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ กำลังวางรากฐานสู่การเติบโตด้านผลิตภาพในระยะถัดไป
- เทรนด์ท่องเที่ยว: ประสบการณ์คือแรงขับเคลื่อน: ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายในรูปแบบของ ประสบการณ์ที่มีความหมาย เช่น การเดินทางท่องเที่ยวและกิจกรรมไลฟ์อีเวนท์ ส่งผลให้การเดินทางขาออกและการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ค่าใช้จ่ายเดินทางออกนอกประเทศของสิงคโปร์สูงกว่าปี 2562 ถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นผู้นำการเติบโตระดับภูมิภาค
- การค้าปรับสมดุล: การค้าโลกยังคงปรับตัวต่อมาตรการภาษี โดยจีนแผ่นดินใหญ่เร่งกระจายการส่งออกไปสู่ตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม เอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนของโลก โดยมีบทบาทของอินเดีย อาเซียน และจีนแผ่นดินใหญ่ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มนี้ส่งผลให้ตลาดที่นำเข้าสินค้าต้นทุนต่ำจากจีนมีสัญญาณเงินเฟ้อนำเข้าที่ลดลง
แนวโน้มเศรษฐกิจรายประเทศที่น่าสนใจ
- จีนแผ่นดินใหญ่: คาดการณ์การเติบโตของการใช้จ่ายที่ 4.5% โดยมีแรงหนุนจากเทรนด์การบริโภครูปแบบใหม่ที่เน้นคุณภาพและประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “ซื้ออย่างชาญฉลาด”
- อินเดีย: คาดว่าจะเติบโตที่ 6.6% จากความต้องการภายในประเทศ การผ่อนคลายทางการเงิน และการเติบโตของภาคดิจิทัลและบริการ
- ญี่ปุ่น: คาดว่าจะเติบโต 1.0% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จริงที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์
- อาเซียน: อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังคงเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคที่ 5.0% และ 5.6% ตามลำดับ ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต 1.8%
แม้แนวโน้มโดยรวมจะเป็นบวก แต่ เดวิด แมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของมาสเตอร์การ์ด ได้สรุปว่า ภูมิภาคยังคงเผชิญความเสี่ยงที่ซับซ้อน เช่น การแบ่งแยกด้านการค้าและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ดังนั้น ความสามารถในการปรับตัว การลงทุนในความพร้อมด้านดิจิทัล และการตอบรับความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก เว็บไซต์
–วิทยุการบินฯ เร่งแผนรับมือ 4 ทางวิ่ง “สุวรรณภูมิ” ดันไทยสู่ Aviation Hub ระดับโลก







