ข้อมูลศุลกากรจีนเผย การส่งออกสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายนยังคงลดลงอย่างรุนแรงถึง 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการลดลงในหลักสองหลักติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แม้ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บรรลุข้อตกลงการค้าบางส่วนเมื่อปลายเดือนตุลาคมก็ตาม
การลดลงอย่างหนักของการส่งออกไปยังตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเก็บภาษีนำเข้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดย Gary Ng นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Natixis ชี้ว่า ผู้ส่งออกจีนอาจยังคงใช้โรงงานในตลาดประเทศที่สามเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต โดยปัจจุบัน อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้าจีนยังคงอยู่ที่ประมาณ 47.5%
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการส่งออกของจีนกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างเกินความคาดหมายของตลาด โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนพฤศจิกายน (ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.8% ในการสำรวจของ Reuters การเติบโตดังกล่าวเป็นการฟื้นตัวจากการหดตัวอย่างไม่คาดคิดที่ 1.1% ในเดือนตุลาคม
การส่งออกที่เพิ่มขึ้นโดยรวมนี้ได้รับแรงหนุนจากการขนส่งสินค้าไปยังตลาดอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มการค้าหลักสองแห่ง ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยการส่งออกไปยังอาเซียนและสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นกว่า 8% และเกือบ 15% ตามลำดับ การเพิ่มขึ้นในตลาดเหล่านี้ชดเชยการส่งออกที่หดตัวไปยังสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจน
ด้านการนำเข้าของจีนในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.9% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ 3% เนื่องจากภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์และปัญหาความไม่มั่นคงทางงานที่ต่อเนื่องยังคงฉุดรั้งการบริโภคภายในประเทศ โดยการนำเข้าจากสหรัฐฯ หดตัวลง 19% จากปีก่อน
ในส่วนของการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้ในเดือนตุลาคม ที่รวมถึงการยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าบางส่วน และการที่จีนให้คำมั่นจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นนั้น เริ่มมีสัญญาณที่ช้า โดยแม้ว่าจีนจะนำเข้าถั่วเหลืองรวมเพิ่มขึ้น 13% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปริมาณยังคงลดลงจากเดือนตุลาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าการเริ่มต้นปฏิบัติตามคำมั่นในการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ จำนวน 12 ล้านเมตริกตัน ภายในสิ้นปีนี้ยังเป็นไปอย่างล่าช้า
จนถึงขณะนี้ ตลอด 11 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ย. 2568) การส่งออกโดยรวมของจีนเติบโต 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ในขณะที่การนำเข้าลดลง 0.6% ส่งผลให้เกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.076 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา cnbc







