ศุภจี กางแผนพาณิชย์เชิงรุก! ผุด “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” พร้อมดึงจีนเป็นพาร์ทเนอร์แก้ปมขาดดุล

ศุภจี กางแผนพาณิชย์เชิงรุก! ผุด "แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง" พร้อมดึงจีนเป็นพาร์ทเนอร์แก้ปมขาดดุล

รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แถลงแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลางสภาฯ ชูมาตรการดูแลค่าครองชีพเชิงรุกผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง พร้อมเดินหน้าช่วยเกษตรกรด้วยนโยบาย “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” และกางโรดแมปดึงทุนจีนเข้าห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับ SME ไทยสู้ศึกการค้าโลก

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ต่อที่ประชุมสภาฯ โดยเน้นย้ำการทำงานเชิงรุกใน 4 มิติสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

1. รุกคืบค่าครองชีพ: จากการควบคุมสู่การเจรจา

กระทรวงพาณิชย์ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดูแลราคาสินค้าจากการสั่งห้ามขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว เป็นการ “เจรจาเชิงรุก” กับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมขยายโครงการธงฟ้าเป็น 518 จุด

เปิดโมเดลใหม่ “รถธงฟ้าเคลื่อนที่” หรือรถพุ่มพวง โดยดึงประชาชนเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายกระจายสินค้าให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล

นอกจากนี้ยังเตรียมจับมือกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่สถานศึกษา 1,000 แห่ง จัดหาสินค้าราคาถูกเพื่อลดภาระผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม

2. ปฏิรูปภาคเกษตร: ส่งนโยบาย “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง”

เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิต เตรียมเสนอโครงการ “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ผ่าน ธ.ก.ส. เพื่อจัดหาแม่ปุ๋ยที่ตรงกับสภาพดินรายพื้นที่ แทนการใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จแบบเดิมพร้อมเดินหน้าโครงการ “ธงเขียว”

ส่วนการจัดการวิกฤตราคาสินค้าเกษตร ได้ยกกรณีศึกษามะพร้าวน้ำหอมที่ราคาตกต่ำ โดยกระทรวงฯ ได้เข้าดูดซับอุปทานส่วนเกินกว่า 10 ล้านลูก เพื่อกระจายผ่านโมเดิร์นเทรดและสถานีบริการน้ำมันพันธมิตร

3. เสริมเกราะ SME: สู้คดีต่างประเทศและสกัดนอมินี

รัฐบาลยกระดับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย โดยจัดสรรงบประมาณจ้างที่ปรึกษากฎหมายมืออาชีพเพื่อช่วยเหลือ SME ที่ถูกฟ้องร้องหรือสอบสวนจากต่างประเทศฟรี

นอกจากนี้ยังลดขั้นตอนการทำธุรกิจด้วยระบบ Fast Track ลดเวลาขอใบอนุญาตจาก 60 วัน เหลือเพียง 1 เดือน พร้อมบูรณาการข้อมูลกับ BOI เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร

ขณะเดียวกันได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองการจดทะเบียนบริษัท เพื่อสกัดกั้นกลุ่มนอมินีและบัญชีม้าอย่างเป็นรูปธรรม

4. พลิกโฉมการค้าต่างประเทศ: ดึงจีนเป็นพาร์ทเนอร์-รุกตลาดรายรัฐ

สำหรับการรับมือปัญหาขาดดุลการค้ากับจีน กระทรวงฯ ปรับกลยุทธ์จากการตั้งรับเป็นการดึงจีนเข้ามาเป็นพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน (Midstream) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ส่วนกรณีการสอบสวนมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ได้ตั้งคณะทำงาน “ทีมไทยแลนด์” ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อเร่งส่งข้อมูลสู้คดีให้ทันภายในวันที่ 15 เมษายนนี้

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนบุกตลาดใหม่ด้วยการตั้ง “ตัวแทนการค้าเชี่ยวชาญรายรัฐ” ในประเทศอินเดีย รวมถึงขยายฐานการค้าไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาและแอฟริกา เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ให้กับสินค้าไทยในเวทีโลก

ข้อมูลจาก youtube

ไปรษณีย์ไทย บุกเวที ‘ขายดีประเทศไทย’ ปูทาง Business Matching หนุน SME ไทยสยายปีกการค้าโลก

Scroll to Top