กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวบริการ “EMS ส่งด่วนผลไม้” ในอัตราค่าบริการสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 3 กิโลกรัม 60 บาททั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยในการกระจายผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้สดใหม่ ที่คาดว่าในปี 2568 จะมีปริมาณผลผลิตสูงถึง 6.736 ล้านตัน
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรไทย เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ของไปรษณีย์ไทย จะเป็นกลไกสำคัญในการขนส่งผลไม้จากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เตรียมความพร้อมในการรองรับการขนส่งผลไม้ ด้วยระบบขนส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นดังนี้:
- เครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ: ไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถส่งผลผลิตไปยังผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ
- บริการรับฝากถึงที่: เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร ไปรษณีย์ไทยมีบริการรับฝากผลไม้ถึงที่บ้านหรือสวน
- ระบบขนส่งที่รวดเร็ว: มีการจัดระบบเส้นทางขนส่งพิเศษ เพื่อให้ผลไม้สดใหม่ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว
- อัตราค่าบริการพิเศษ:
- EMS ส่งด่วนผลไม้ เริ่มต้น 3 กิโลกรัม 60 บาท
- บริการเหมากระบะ 25 กิโลกรัม เริ่มต้น 260 บาท (สูงสุด 50 กิโลกรัม)
- บริการเช่าเหมา Roll pallet ราคาเริ่มต้น 800 บาท
- บรรจุภัณฑ์พิเศษ: ไปรษณีย์ไทยมีกล่องและตะกร้าพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับขนส่งผลไม้โดยเฉพาะ เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิต
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailandpostmart ที่เป็นช่องทางให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรงสู่ผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
“ในปี 2567 ที่ผ่านมา บริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ ได้รับความไว้วางใจจากเกษตรกร มีปริมาณการส่งผลไม้กว่า 28 ล้านกิโลกรัม” ดร.ดนันท์ กล่าว
บริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ ไม่เพียงแต่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรในการกระจายผลผลิต แต่ยังช่วยให้ผู้บริโภคได้บริโภคผลไม้สดใหม่จากทั่วประเทศ และยังสามารถส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านผลไม้สดใหม่ได้อีกด้วย
–“สุริยะ” คุมเข้มความความปลอดภัยการก่อสร้างโครงการ “รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” เฟส 1 ทั้งระบบ







