ส่องทิศทางสมาร์ทโฟนปี 69: Jaymart ชี้เทรนด์ AI และกลุ่ม Premium มาแรง iPhone ยืนหนึ่งขายดี แฟล็กชิปจีนโตก้าวกระโดด

ส่องทิศทางสมาร์ทโฟนปี 69: Jaymart ชี้เทรนด์ AI และกลุ่ม Premium มาแรง iPhone ยืนหนึ่งขายดี แฟล็กชิปจีนโตก้าวกระโดด

Jaymart Mobile (JMART) เผยมุมมองต่อทิศทางตลาดสมาร์ทโฟนไทยปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการเปลี่ยนรอบเครื่องใหม่ (Replacement Cycle) โดยมี “AI Smartphone” และกลุ่มเครื่องระดับบนเป็นหัวหอกสำคัญ พร้อมกางยุทธศาสตร์ผนึกการเงินดิจิทัลเพื่อแก้โจทย์ราคาเครื่องที่พุ่งสูงขึ้น

หากมองความนิยมของกลุ่มพรีเมียมในช่วงปีที่ผ่านมาจะพบว่า iPhone ยังคงครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในกลุ่มแฟล็กชิป ขณะที่ Samsung สามารถทำยอดขายได้โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเซกเมนต์นี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของมือถือแฟล็กชิปแบรนด์จีน (C-Brand) ทั้ง OPPO, Vivo และ Xiaomi ซึ่งในบางรุ่นมียอดขายเติบโตขึ้นจากรุ่นเดิม ถึง 200-300% เนื่องจากการยกระดับแบรนด์และการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก เช่น Leica ส่งผลให้ภาพรวมตลาดเครื่องระดับ Mid-to-High มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับตลาดระดับล่างที่ชะลอตัวลง

ปัจจัยบวก-ความท้าทาย กำหนดทิศทางตลาดปี 2569

ดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) ได้ประเมินสถานการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2569 โดยพบว่ามีทั้ง “แรงส่ง” จากนวัตกรรม และ “แรงต้าน” จากสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ ดังนี้

ปัจจัยเชิงบวก

  • กระแส AI Smartphone มาแรง: เทคโนโลยี AI ที่ถูกบรรจุลงในสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในกลุ่ม Flagship เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนเครื่อง (Replacement Cycle) เนื่องจากผู้บริโภคต้องการสัมผัสฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การแต่งภาพขั้นสูง หรือการแปลภาษาแบบเรียลไทม์
  • ความสำเร็จของสินเชื่อทางเลือก: การขยายตัวของบริการสินเชื่ออย่าง SG Finance และ Samsung Finance Plus กลายเป็น “สวิตช์” สำคัญที่ช่วยให้ตลาดคึกคักขึ้น เพราะสามารถอนุมัติได้ภายใน 3 นาที และช่วยให้การผ่อนชำระต่อเดือนอยู่ในระดับที่จับต้องได้
  • เทรนด์การขยับสู่เครื่องระดับบน (Mid-to-High): ลูกค้าในกลุ่มนี้ยังมีศักยภาพในการซื้อสูง และเริ่มมีพฤติกรรมการเปลี่ยนจากการใช้บัตรเครดิต มาใช้สินเชื่อทางเลือกเพื่อรักษาวงเงินในบัตรไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
  • อานิสงส์จากมาตรการรัฐ: นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการเติมเงินหมื่นบาท หรือมาตรการคนละครั้งในอดีต ช่วยสร้างจิตวิทยาเชิงบวกและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในภาคค้าปลีกไอทีได้เป็นอย่างดี

ความท้าทายที่ต้องระวัง

  • ต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้น: ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10-20% ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อหากไม่มีเครื่องมือทางการเงินรองรับ
  • ตลาดระดับล่าง (Entry Level) ชะลอตัว: กลุ่มสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 5,000 บาท มียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด (ติดลบประมาณ 5.4% ในช่วงปีที่ผ่านมา) สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่กระทบต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยตรง
  • ความเสี่ยงด้านหนี้เสีย (NPL): การเร่งปล่อยสินเชื่อท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเปราะบางอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย อย่างไรก็ตาม Jaymart ได้ใช้เทคโนโลยี Device Locking เข้ามาช่วยควบคุมความเสี่ยงนี้ให้ต่ำกว่า 2%
  • ความผันผวนของโครงสร้างราคา: แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง Margin อย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ประกอบการค้าปลีกอาจเริ่มเห็นผลกระทบในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี หากต้นทุนยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง

กลยุทธ์ “Retail + Digital Finance” ทางรอดของตลาดมือถือ

Jaymart มองว่าการเป็นเพียงผู้ขาย (Retail) ไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องยกระดับเป็น “Financial Destination” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น:

  • Mobile Loans Ecosystem: การสร้างระบบนิเวศสินเชื่อที่เชื่อมโยงระหว่างร้านค้าและการเงินออนไลน์เต็มรูปแบบ (Seamless Fully Online) ช่วยลดอุปสรรคด้านกำลังซื้อให้กับลูกค้า
  • สินเชื่อทางเลือกคืออาวุธหลัก: การผลักดันโครงการอย่าง SG Finance+ และความร่วมมือกับ SINGER ช่วยให้ลูกค้าสามารถผ่อนสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบัตรเครดิต อนุมัติไวใน 3 นาทีผ่านระบบออนไลน์
  • ขยายเครือข่ายครอบคลุม: Jaymart วางแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้น 60 แห่งในปีนี้ เพื่อให้มีจุดบริการรวมกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ รองรับทั้งการเลือกซื้อสินค้าและการทำธุรกรรมสินเชื่อในจุดเดียว

เป้าหมายและความท้าทายของ Jaymart Mobile

ทั้งนี้ Jaymart Mobile ตั้งเป้ารายได้กลุ่มโมบายล์ปี 2569 ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท (เติบโต 50%) โดยคาดการณ์ว่ายอดขายที่มาจากการปล่อยสินเชื่อจะมีสัดส่วนถึง 5,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางของตลาดสมาร์ทโฟนในอนาคตจะไม่ได้ผูกติดอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับ “โซลูชันทางการเงิน” ที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน

เจาะเทรนด์โลก 2026! Nutanix ชี้จุดเปลี่ยนจาก AI-First สู่ AI-Smart และยุคแห่งการครองอำนาจข้อมูล

Scroll to Top