บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านไปรษณีย์ครั้งที่ 29 มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการประกาศ 5 กรอบยุทธศาสตร์หลัก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้าน ระบบขนส่ง โลจิสติกส์ การเงินดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระเบียง ไทย-ลาว-จีน อย่างเต็มศักยภาพ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือกับการขยายตัวของตลาด e-Commerce ใน สปป.ลาว ที่มีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และการบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับมูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-ลาว ที่สูงกว่า 23,952 ล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2568 ซึ่งเน้นย้ำความสำคัญของเครือข่ายขนส่งและระบบชำระเงินต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
5 ยุทธศาสตร์หลัก ขับเคลื่อนโลจิสติกส์และ e-Commerce ข้ามพรมแดน
ยุทธศาสตร์ร่วม 5 ด้านที่ไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ลาวได้กำหนดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค:
- ยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานสากลการขนส่ง: ปรับใช้ระบบส่งต่อถุงเมล์แบบปิด–เปิดทั้งทางอากาศและภาคพื้น รวมถึงบริการ EMS ข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) เพื่อความสะดวกด้านศุลกากรและเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจปล่อยสินค้า
- พัฒนาบริการ e-Commerce ข้ามพรมแดน: ขยายบริการ ePacket และ COD ไทย–ลาว–จีน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถส่งสินค้าข้ามพรมแดนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางรถไฟจีน–ลาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความคล่องตัวของโลจิสติกส์ทางบก
- เสริมศักยภาพทางการเงินดิจิทัล: พัฒนาบริการ e-Wallet และช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมต่ออายุความร่วมมือกับ Western Union แบบ Exclusive สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ปลอดภัยและทันสมัย
- สร้างภาพลักษณ์ผ่านการตลาดและตราไปรษณียากร: จัดทำแสตมป์เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์และสะท้อนมิตรภาพและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ
- พัฒนาศักยภาพบุคลากรและการเรียนรู้ร่วมกัน: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอบรมในรูปแบบ Onsite และ Virtual Learning เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการร่วมกัน

ดร.ดนันท์ กล่าวเสริมว่า ไปรษณีย์ไทยได้นำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบ EDI และระบบติดตามพัสดุแบบ เรียลไทม์ มาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยและปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรมเพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งสำหรับ SME และผู้ค้าออนไลน์
ไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “Parcel Defined Logistics” และตั้งเป้าพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ให้ครบวงจร โดยเชื่อมระบบการขนส่ง ภาคพื้น–ทางอากาศ–ทางราง และขยายเครือข่ายบริการครอบคลุมด่านชายแดนสำคัญ เช่น หนองคาย เชียงของ เพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดจีนตอนในและยุโรปตะวันออก พร้อมตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวสู่ ‘Trusted ASEAN Brand’ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค CLMV อย่างแท้จริง







